หน้าแรก   »   ตุรกี   »   TURKEY อิสตันบูล ชานัคคาเล ปามุคคาเล คัปปาโดเกีย

TURKEY อิสตันบูล ชานัคคาเล ปามุคคาเล คัปปาโดเกีย

รหัสทัวร์ ZGIST-2203TK

TURKEY อิสตันบูล ชานัคคาเล ปามุคคาเล คัปปาโดเกีย

8 วัน 5 คืน
4.8
ดำเนินการโดย:
จำนวนสูงสุด:
10
การสื่อสาร:
ภาษาไทย
รหัสทัวร์:
ZGIST-2203TK
เที่ยวบิน :

นี่เป็นของหายาก ปกติทัวร์นี้บน Seektour จะถูกจองเต็มแล้ว

ไฮไลท์ทัวร์

20 แห่ง

สถานที่ท่องเที่ยว

4 จุด

จำนวนจุดแวะช้อปปิ้ง

20 มื้อ

มื้ออาหาร

ไม่มี

วันอิสระ

สถานที่ไฮไลท์

มื้ออาหาร

วันที่ เช้า เที่ยง เย็น
1
2
3
4
5
6
7
8
เราเตรียมมื้ออาหารให้
มื้อนี้รวมในค่าทัวร์แล้ว
มื้ออาหารอิสระ
หาทานอาหารได้ตามใจคุณ
(ไม่รวมค่าอาหาร)
ไม่มีมื้ออาหาร
มื้อนี้อยู่นอกเวลาทัวร์

โรงแรมและที่พัก

วันที่ โรงแรมและที่พัก ระดับ (ดาว)
1 PULLMAN HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือระดับเทียบเท่า
5
2 KOLIN HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือระดับเทียบเท่า
5
3 RAMADA RESORT HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือระดับเทียบเท่า
5
4 ADEM PIRA THERMAL HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือระดับเทียบเท่า
5
5 MINIA CAVE HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือระดับเทียบเท่า
5

รายละเอียดทัวร์

เดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul) นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) นำท่าน ล่องเรือชมความสวยงามของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) เดินทางสู่ สไปซ์บาซาร์ (Spice Bazaar) เดินทางสู่ ร้านเตอร์กิช ดีไลท์ (Turkish Delight Shop) คือขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศตุรกี เข้าชมสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) ชมม้าไม้จำลองเมืองทรอยริมทะเล (Trojan Statue/Hollywood Horse) นำท่านสู่ อุทยานแห่งชาติทรอย (Troy National Park) เนำท่านชม ม้าไม้โทรจันหรือม้าไม้จำลองเมืองทรอย (Trojan Horse) นำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมความสวยงามของเมืองโบราณเปอร์กามัน (Cable Car to Pergamon) นำท่านเดินทางสู่เมืองคูซาดาซี (Kusadasi)นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสปาร์ตา (Isparta)“เมืองแห่งดอกกุหลาบ”เที่ยวชม สวนดอกไม้หรือสวนผลไม้ (Farm) ตามฤดูกาลนั้นๆ**นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance)**นำท่านเดินทางชม บอลลูนหลากสี นำท่านเดินทางสู่ หุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุชิซาร์ (Uchisar Valley) นำท่านเดินทางเข้าเยี่ยมชม โรงงานทอพรม (Carpet Factory), โรงงานเซรามิก (Ceramic Factory) และโรงงานเครื่องประดับ (Jewelry Factory) ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองทีมีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
  1. วันที่ 1
    Day1 สนามบินสุวรรณภูมิ– สนามบินอิสตันบูล
    ช่วงเช้า

    20.00 นัดหมายพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์สายการบิน Turkish Airlines(TK) โดยมีป้ายต้อนรับ เลทส์โกกรุ๊ป และมีเจ้าหน้าที่คอยอํานวยความสะดวกพร้อมแนะนําข้อมูลในการเดินทางให้แก่ท่าน

    23.30 นําท่านออกเดินทางสู่สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกีโดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK069(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง 50 นาที

    จุดเริ่มต้น
    สนามบินสุวรรณภูมิ
  2. วันที่ 2
    Day2 สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินอิสตันบูล – เมือง อิสตันบูล – พระราชวังโดลมาบาห์เช – ล่องเรือช่อง แคบบอสฟอรัส – สไปซ์บาซาร์ – เตอร์กิช ดีไลท์ – หอคอย กาลาตา – สุเหร่าสีน้ําเงิน – ฮิปโปโดรม – เซนต์โซเฟีย – พระราชวังโทพคาปึ
    ช่วงเช้า

    06.10 เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกีหลังจากนั้นนํา ท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)
    นําท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เป็นเมืองที่มี
    ความสําคัญที่สุดของประเทศตุรกี มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
    หลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล มีทําเลที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทําให้อิสตันบูลเป็นเมืองสําคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thraceของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทําให้เมืองอิสตันบูลมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์พิเศษ อีกทั้งพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งอิสตันบูล ฝั่งทวีปยุโรป ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ค. 1986นําท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาห์เช (DolmabahcePalace) สร้างโดยสุลต่านดับดุล เมซิด (Abdul Macit) ในปีค.ศ. 1843 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1856 สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ด้วยศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราบริเวณช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป บริเวณรอบนอกประดับประดาด้วยสวนสวยริมทะเล หอนาฬิกา น้ําพุอุทยานดอกไม้ สระน้ํา รูปปั้น รูปสลักต่างๆ วางประดับไว้อย่างลงตัวน่าชื่นชมในรสนิยมของสุลต่านแห่งออตโตมันเป็นอย่างยิ่งจากนั้นนําท่าน ล่องเรือชมความสวยงามของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดํา(The Black Sea) กับทะเลมาร์มารา (Sea of Marmara) โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตรความกว้าง เริ่มตั้งแต่ 500เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ช่องแคบนี้ถือว่าเป็นจุดบรรจบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สําคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนีย์ภาพอันสวยงามของริมฝั่งช่องแคบแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาห์เชหรือบ้านเรือสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐีแห่งประเทศตุรกีทั้งทั้งระหว่างล่องเรือนําท่านเดินทางสู่ สไปซ์บาซาร์ (Spice Bazaar) หรือ ตลาดอียิปต์ (Egyptian Bazaar) เป็นตลาดเครื่องเทศตั้งอยู่ใกล้กับสะพานกาลาตา ที่นี่ถือเป็นตลาดในร่มและเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1660 โดยเป็นส่วนหนึ่งของมัสยิดใหม่ ภายในตลาดยังมีสินค้ามากมายให้ได้เลือกซื้อ อาทิ อาหาร, เครื่องเทศ, ขนมหวานของตุรกี, เครื่องเพชรพลอย, ของที่ระลึก, ผลไม้แห้ง และเครื่องประดับต่างๆ อีกด้วย จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ ร้านเตอร์กิช ดีไลท์ (Turkish Delight Shop) คือขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกกันว่าโลคุม (Lokum)เป็นขนมหวานทรงลูกเต๋าที่ประกอบขึ้นจากแป้งและน้ําตาลมักจะมีอัลมอนด์วอลนัท ถั่วพิสตาชิโอ และแมคคาเดเมียผสม เข้าไปด้วย โดยส่วนมากหน้าตาจะมีสีชมพูเข้ม แต่ก็ดูจางลงไปทันทีเมื่อเสิร์ฟกับน้ําตาลไอซิ่งที่คลุกเคล้าประหนึ่งแป้งฝุ่น มีรสหวาน สอดแทรกด้วยความกรอบและมันของถั่วคุณภาพดีชาวตุรกีนิยมทานคู่กับชาร้อน หรือ ชากลิ่นแอปเปิล หลังจากนั้นนําท่านถ่ายรูปกับ หอคอยกาลาตา (GalataTower) หอคอยหินสไตล์โรมัน แบบสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ตัวตึกประกอบด้วย 9 ชั้น มีรูปทรงกระบอก และมีหลังคาเป็นทรงกรวย อีกหนึ่งสัญลักษณ์เมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1348 เพื่อไว้เป็นหอสังเกตการณ์ป้องกันข้าศึกจากทางทะเลปัจจุบันชั้นบนเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมทัศนียภาของเมือง

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    นําท่านเดินทางเข้าชม สุเหร่าสีน้ําเงิน (Blue Mosque) หรือชื่อเดิม สุเหร่าสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 (Sultan AhmedMosque) การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรอดเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดํา เป็นการเคารพสถานที่ สามารถถ่ายภาพด้านในได้ ห้ามส่งเสียงดังและกรุณาทํากิริยาให้สํารวม สุเหร่านี้สร้างในปี ค.ศ. 1609 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1616 (1 ปีก่อนสุลต่านอาห์เหม็ดสิ้นพระชนม์ด้วยอายุเพียง 27 พรรษา) มีหอเรียกสวด อยู่ 6 หอ เป็นหอคอยสูงให้ผู้นําศาสนาขึ้นไปตะโกนร้องเรียกจากยอด เพื่อให้ผู้คนเข้ามาสวดมนต์ตามเวลาในสุเหร่า ชื่อสุเหร่าสีน้ําเงินภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้ สุลต่านและนางในฮาเร็มทําละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะมีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงค์ จะมีสิ่งก่อสร้างที่อํานวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ํา ที่พักกองคาราวาน โรงครัวสาธารณะคุลีเรีย (Kulliye)หมายเหตุ : โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ สําหรับการเข้าชมสุเหร่าและจําเป็นต้องถอรองเท้าก่อนเข้าชม สุภาพสตรี : ควรสวมกางเกงขายาวคลุมข้อเท้า เสื้อแขนยาวคลุมข้อมือ มิดชิดไม่รัดรูป และเตรียมผ้าสําหรับคลุมศีรษะ สุภาพบุรุษ : ควรสวมกางเกงขายาว และเสื้อแขนยาวไม่รัดรูปจากนั้นนําท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ ฮิปโปโดรม(Hippodrome) คือสิ่งก่อสร้างจากสมัยกรีกซึ่งใช้เป็นสนามแข่งม้า และการแข่งขันขับรถศึก (Chariot Racing) โดยคําว่า ฮิปโปส และ โดรโมส ปัจจุบันถูกนําไปใช้ในภาษา ฝรั่งเศสด้วย หมายถึงการแข่งขันม้าใจกลางเมืองมอสโคว์(Central Moscow Hippodrome) น่าเสียดายที่เหลือแต่ซากปรักหักพังของฮิปโปโดรมของกรุงคอนสแตนดิโนเบิลในอดีตหรือ อิสตันบูลในปัจจุบัน แม้จะยิ่งใหญ่และเก่าแก่ใน สมัยโบราณสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 203 – 330 แต่ปัจจุบันเหลือเพียง เสา 3 ต้น คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 (Column ofConstantine VII) สร้างเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ แต่บูรณะเมื่อศตวรรษที่ 10 เสาต้นที่ 2 คือ เสางู ที่เชื่อว่าสร้างก่อนคริสตกาลมา 479 ปี เป็นรูปสลักงู 3 ตัวพันกัน จากเมืองเดลฟิ(Delphi) แล้วถูกขนย้ายมาตั้งที่นี่เมื่อ ศตวรรษที่ 4 ปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งต้น และเสาต้นสุดท้ายคือ เสา อียิปต์ หรือเสาโอเบลิสก์ (Obelisk of Thutmose) สร้างในช่วงก่อนคริสตกาลประมาณ 390 ปี มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกคือObeliskos หมายถึง เหล็กแหลม เข็ม หรือ เสาปลายแหลมลักษณะของเสาโอเบลิสก์จะเป็นเสาสูง สร้างจากหินแกรนิตขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียว ฐานของเสาจะกว้างและค่อยๆ เรียวแหลมขึ้นสู่ยอดด้านบนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมสี่ด้าน ยอดบนสุดจะเป็นลักษณะเหมือนพีรามิด และมักนิยมหุ้มหรือเคลือบด้วยโลหะ เช่น ทองคํา เหล็ก หรือ ทองแดง เป็นต้น เสาโอเบลิสก์หลังจากนั้นนําท่านเข้าชม วิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia)หรือ สุเหร่าฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางเป็นโบสถ์คาทอลิก สร้างในสมัยพระเจ้าจัสติเนียน มีหลังคาเป็นยอดกลมแบบโม เสาในโบสถ์เป็นหินก้อน ภายในติดกระจกสี เมื่อเติร์กเข้าครอบครองเมืองได้เปลี่ยนโบสถ์นี้ให้เป็นสุเหร่าในปี ค.ศ. 1453 ฉาบปูนทับกําแพงที่ปูด้วยโมเสกเป็นรูปพระเยซูคริสต์และสาวก ภายหลังทางการได้ตกลงให้วิหารฮาเกีย โซเฟีย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่วันนี้คงบรรยากาศของความเก่าขลังอยู่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะโดมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกซึ่งมีพื้นที่โล่งภายในใหญ่ที่สุดก่อสร้างด้วยการใช้ผนังเป็นตัวรับน้ําหนักของอาคารลงสู่พื้นแทนการใช้เสาค้ํายันทั่วไป นับเป็นเทคนิคการก่อสร้าง ที่ถือว่าล้ําหน้ามากในยุคนั้น (ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสําคัญที่ทําให้วิหารฮาเกีย โซเฟีย ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางนําท่านเดินทางเข้าชม พระราชวังโทพคาปึ (TopkapiPalace) เดิมเป็นที่ประทับหลักของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมัน ระหว่างปี ค.ศ. 1465 จนถึงปี ค.ศ. 1853 เดิมพระราชวังนี้ใช้ชื่อว่า พระราชวังหลวงแห่งใหม่ (Saray-ICedid-I Amire) จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบันในรัชสมัยสุลต่านมะห์มุดที่ 2 ตามชื่อพระราชวังริมทะเลที่ถูกเพลิงไหม้ ในปัจจุบันพระราชวังโทพคาปึเป็นสถานที่จัดงานรับรองของรัฐ และเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว และเป็นที่เก็บรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของมุสลิมเช่นเสื้อคลุมและดาบของมุฮัมมัด และตั้งอยู่ในบริเวณ
    ประวัติศาสตร์ของอิสตันบูลที่ได้รับการสถาปนาให้เป็นมรดกโลกหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิออตโตมันในปี ค.ศ.1921 พระราชวังโทพคาปึก็เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ตามรัฐประกาศของวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1924 ภายใต้การบริหาร
    ของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งตุรกีพระราชวังเป็นกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่มีห้องหอเป็นจํานวนร้อยแต่เปิดให้สาธารณรัฐชนชมแต่เฉพาะเพียงห้องสําคัญ ๆ ที่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะสถาปัตยกรรมออตโตมัน นอกจากนั้นก็ยังมีห้องแสดงเครื่องเคลือบพอร์ซีเลน เสื้อคลุม อาวุธ เสื้อเกราะ หนังสือวิจิตรออตโตมัน หนังสืออักษรวิจิตรอิสลาม(Islamic calligraphy) จิตรกรรมฝาผนัง และเครื่องราชสมบัติและเพชรพลอย

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    บริการอาหารค่ํา ณ ภัตตาคาร พิเศษ MIX SEAFOOD

    ที่พัก PULLMAN HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

  3. วันที่ 3
    Day3 เมืองเอซีบัต – นั่งเรือข้ามฟากช่องแคบคาร์คาเนลส์ – เมืองชานัคคาเล – ม้าไม้จําลองเมืองทรอยริมทะเล – อุทยานแห่งชาติทรอย – ม้าไม้จําลองเมืองทรอยย
    ช่วงเช้า

    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นําท่านสู่ เมืองอีซีบัต (Eceabat) เพื่อ นั่งเรือข้ามฟากข้าม
    ช่องแคบคาร์คาเนลส์ (Dardanellies Car Ferries) สู่เมือง
    ชานัคคาเลหลังจากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล (Canakkale) ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า โบกาซี่ (Bogazi) หรือ เฮลเลสปอนด์ (Hellespont) มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตรเนื่องจากตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดะเนลส์ ใกล้กับ แหลมเกลิโบลูของกรีซ บนฝั่งของ 2 ทะเลคือ ทะเลมาร์มารา และ ทะเลอีเจียนซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาราตัดกับทะเลอีเจียน เป็นที่ตั้งของเมืองทรอย
    นําท่านชมและถ่ายภาพ ม้าไม้จําลองเมืองทรอยริมทะเล
    (Trojan Statue/Hollywood Horse) เป็นม้าไม้ที่มีชื่อเสียง
    โด่งดังมากที่สุดจากมหากาพย์ภาพยนตร์ฮอลิวูดเรื่อง ทรอย
    (Troy) ในปี 2004 มีแบรด พิตต์ แสดงชื่อดังระดับโลกเป็น
    นักแสดงนํา ทางทีมงานได้จําลองม้าไม้ขนาดใหญ่สีดํา เพื่อใช้ดําเนินเรื่องและเป็นส่วนหนึ่งที่สําคัญของเรื่องทรอย หลังจากนั้นทางทีมงานจึงมอบม้าไม้จําลองตัวนี้ให้กับทางการตุรกี เพื่อเป็นเกียรติและสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองชานัคคาเลอีกด้วย

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น หลังจากนั้นนําท่านสู่ อุทยานแห่งชาติทรอย (Troy National Park) เป็นโบราณสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่ง ชองโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี ภายใน อุทยานนําท่านชม ม้าไม้โทรจันหรือม้าไม้จําลองเมืองทรอย (Trojan Horse) เป็นม้าไม้ที่สร้างจําลองจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ ที่ชาวกรีกใช้อุบายส่งม้าไม้ให้เมืองทรอยเพื่อเป็นของกํานัล แต่ความจริงแอบบรรจุคนมาในม้าไม้เพื่อเข้ามาเปิดประตูเมืองทรอย ให้ทหารเข้ามาตีตัวเมืองจนทําให้เมืองทรอยล้มสลาย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้าน กลการศึกของนักรบโบราณ

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    บริการอาหารค่ํา ณ ห้องอาหารโรงแรม
    ที่พัก KOLIN HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

  4. วันที่ 4
    Day4 นั่งกระเช้าสู่เมืองโบราณเปอร์กามัน – วิหารอะโครโป ลิส – วิหารโอลิมเปียนเซอุส – โรงละครอะโครโปลิส – เมืองคูซาดาซี – โรงงานผลิตเครื่องหนัง – เมืองเอฟ ฟิซุส – ห้องอาบน้ําโรมันโบราณ – หอสมุดเซลซุส – บ้านพระแม่มารี
    ช่วงเช้า

    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นําท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมความสวยงามของเมือง
    โบราณเปอร์ ก าม ัน ( Cable Car to Pergamon) ตั้ง
    ตระหง่านอยู่เหนือตัวเมืองชานัคคาเล กว่า 1,000 ฟุต ใน
    บริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 ก.ม.
    ทางด้านเหนือของแม่น้ําไคซูส ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสําคัญของพวกเฮเลนนิสติก ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ.2014 ซึ่งมีสถานที่สําคัญแต่โบราณกาล คือ วิหารอะโครโปลิส(Acropolis) ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดังดินแดนแห่งเทพนิยายในสรวงสวรรค์ บริเวณเดียวกัน คือ วิหารโอลิมเปียนเซอุส ( Naos tou Olimpiou Dios –
    Olympieion) ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชา
    ถูกนําไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เปอร์กามัมที่เมืองเบอร์ลิน
    ประเทศเยอรมัน ชม โรงละครอะโครโปลิส (Theater of
    Acropolis) เป็นโรงละครที่ชันที่สุดในโลกตั้งอยู่ในทําเลที่
    สวยงามที่สุด จุผู้ชมได้มากถึง 10,000 คน อะโครโปลิสแปลว่านครบนที่สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่
    สูง มักเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็น
    ศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
    นําท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซี (Kusadasi) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที) เมืองท่าเลียบชายฝั่งทะเลของประเทศตุรกี ในอดีตเมืองนี้เป็นเหมือนท่าเรือขนส่งสินค้า เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงส่งออกทั่วโลก นําท่านเดินทางสู่ โรงงานผลิตเครื่องหนัง
    (Leather Factory) ซึ่งประเทศตุรกีเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งยังผลิตเสื้อหนังให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี อาทิ Versace, Prada,Michael Kors อีกด้วย อิสระให้ท่านเลือกชมผลิตภัณฑ์จากเครื่องหนัง และ สินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
    นําท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส (Ephesus) เป็นเมืองกรีกโบราณที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของอานาโตเลียในจังหวัดอิซเมียร์ในประเทศตุรกีปัจจุบัน จากนั้นนําท่านเข้าชม เมืองเอฟ
    ฟิซุส (Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบํารุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Lonia) จากกรีกซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุสขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นําท่านเดินบนถนนหินผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถผู้ชมได้กว่า 30,000 คนซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน เข้าชม ห้องอาบน้ําโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยรของห้องน้ําห้องอบไอน้ํา ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ นําท่านถ่ายภาพเป็นที่ ระลึก กับ หอสมุดเซลซุส (Library of Celsus) มีความสวยงามเป็นเลิศ สร้างโดยติเบริอุส จูลิอุส อาควิลา อุทิศให้กับบิดา ชื่อ ติเบริอุส จูลิอุส เซลซุส ในปี 657 – 660 และได้ฝังโลงศพของบิดาที่ทําจากหินเอาไว้ใต้หอสมุดแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2015 จากนั้นนําท่านเข้าชม บ้านพระแม่มารี (House of VirginMary) ชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คริสต์ศาสนิกชนจะต้องหาโอกาสขึ้นไปนมัสการให้ได้สักครั้งในชีวิต

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    บริการอาหารค่ํา ณ ห้องอาหารโรงแรม
    ที่พัก RAMADA RESORT HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

  5. วันที่ 5
    Day5 เมืองปามุคคาเล – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองโบราณเฮีย ราโพลิส
    ช่วงเช้า

    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นําท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) เมืองที่มีน้ําพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนไหลลงสู่หน้าผา จนเกิดผลึกกึ่งสถาปัตยกรรมสีขาวขึ้น

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
    นําท่านเข้าชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ผลจากการไหลของน้ําพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ําตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทําให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ําเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก ภายในบริเวณเดียวกันนี้ยังเป็นเมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis) เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ําพุเกลือแร่ร้อน ซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคเมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทําให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลง เหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไปบางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไรอาทิโรงละคร แอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่ วิหารอพอลโลสุสานโรมันโบราณ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1988

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    บริการอาหารค่ํา ณ ห้องอาหารโรงแรม
    ที่พัก ADEM PIRA THERMAL HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

  6. วันที่ 6
    Day6 เมืองอิสปาร์ตา – สวนดอกไม้หรือสวนผลไม้– เมือง คัปปาโดเกีย – ที่พักคาราวานเซราย – เมืองใต้ดิน – พิพิธภัณฑ์เกอเรเม – ชมโชว์ระบํา Belly Dance
    ช่วงเช้า

    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นําท่านเดินทางสู่ เมืองอิสปาร์ตา (Isparta) เป็นที่รู้จักกันในนาม “เมืองแห่งดอกกุหลาบ” เนื่องจากเมืองแห่งนี้ปลูกดอกกุหลาบส่งออกให้กับประเทศฝรั่งเศส เพื่อผลิตน้ําหอมระหว่างทางนําท่านเที่ยวชม สวนดอกไม้หรือสวนผลไม้
    (Farm) ตามฤดูกาลนั้นๆ ซึ่งบริเวณเมืองนี้ เป็นพื้นที่ลุ่มสลับกับภูเขารายล้อม จึงมีพื้นที่ในการปลูกดอกไม้ผลไม้ตามฤดูกาลอย่างมากมาย ให้ท่านได้อิสระลิ้มลองรสชาติของผลไม้และอิสระให้ได้เก็บภาพบรรยากาศสวยงามภายในสวนตามอัธยาศัยฤดูกาลของดอกไม้และผลไม้ในเมืองตุรกี
    สวนกุหลาบ (Rose Farm) ช่วงปลายเดือนเมษายน ถึงปลายเดือนมิถุนายนสวนเชอร์รี่ (Cherry Farm) ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ถึงปลายเดือนกรกฎาคมสวนลูกพีช (Peach Farm), สวนองุ่น (Grape Farm) ช่วงเดือนสิงหาคม ถึง ปลายเดือนกันยายนสวนสตรอเบอรี่ (StrawberryFarm) ช่วงเดือนสิงหาคม ถึงปลายเดือนตุลาคมระหว่างทางนําท่านแวะถ่ายภาพ ที่พักคาราวานเซราย(Caravanserai) เป็นสถานที่พักแรกของกองคาราวานในสมัยโบราณตามเส้นทางสายไหมและชาวเติร์กสมัยออตโตมัน

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษ เคบับต้นตําหรับหลังจากนั้นนําท่านเดินทางสู่เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่าง ทะเลดํากับภูเขาเทารุส มีความสําคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางการค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ทอดยาวจากประเทศตุรกีไปจนถึงประเทศจีน เป็นพื้นที่พิเศษที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว เกิดจากลาวาที่พ่นออกมา และเถ้าถ่านจํานวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาจากนั้นกระแสน้ํา ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆ นับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่งกรวยคว่ําปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย จนชนพื้นเมืองเรียกขานกันว่า “ดินแดนแห่งปล่องไฟนางฟ้า” (Fairy Chimney) โดยชื่อ คัปปาโดเกีย เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” และในปัจจุบันนี้ก็ยังเลี้ยงม้ากันอยู่บริเวณนี้ อีกทั้ง ยังมีเมืองใต้ดินที่ซ่อนอยู่ใต้เมืองคัปปาโดเกียแห่งนี้ ถือเป็นเมืองใต้ดินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะที่เมืองใต้ดินแห่งนี้ขุดลึกลงไปถึง 10 ชั้น ประมาณ90 เมตร และภายในเมืองใต้ดินยังแบ่งซอยเป็นห้องย่อยเฉพาะที่เมืองคัปปาโดเกียมีเมืองใต้ดินมากถึง 15 แห่ง และถ้ารวมทั้งเมืองอื่นๆ ด้วยก็เกือบ 200 แห่งเลยทีเดียว และยังมีการขุดเชื่อมกันระหว่างแต่ละเมืองอีกด้วย ซึ่งภายในเมืองใต้ดินมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ํา ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ํา บางห้องเป็นห้องโถงกว้าง ด้วยความอัศจรรย์ใต้พื้นดินแห่งนี้ เมืองคัปปาโดเกียจึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ได้ขึ้นทะเบียนเมืองใต้ดินแห่งเมืองคัปปาโดเกียเป็นสถานที่มรดกโลกอีกด้วย

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    บริการอาหารค่ํา ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นําท่านชมการแสดงพื้นเมือง โชว์ระบําหน้าท้อง (BellyDance) เป็นการโชว์เต้นรําที่เก่าแก่อย่างหนึ่งของชาวตุรกี ซึ่งมีมาประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสําคัญที่ได้อนุรักษ์ระบําหน้าท้องนี้ไว้ให้มีมาจนถึงปัจจุบัน การโชว์ระบําหน้าท้องนี้ได้มีมาอย่างแพร่หลายและมีการพัฒนาซึ่งเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบําหน้าท้องของประเทศตุรกีในปัจจุบัน

    ที่พัก MINIA CAVE HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือระดับเทียบเท่า
    หมายเหตุ : ท่านควรเตรียมกระเป๋าสัมภาระใบเล็ก เพื่อแยกสัมภาระสําหรับค้างคืนที่โรงแรมถ้ํา เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน เนื่องจากโดยส่วนใหญ่โรงแรมสไตล์ถ้ําในเมืองนี้ไม่มี
    ลิฟท์ให้บริการ

  7. วันที่ 7
    Day6 ชมบอลลูนหลากสี – เมืองเกอเรเม – เมืองใต้ดิน – พิพิธภัณฑ์เกอเรเม – หุบเขาพาซาแบค – หุบเขา นกพิราบ – หุบเขาอุซิซาร์ – โรงงานทอพรม – โรงงาน เซรามิก – โรงงานเครื่องประดับ – สนามบินไกเซรี – สนามบินอิสตันบูล
    ช่วงเช้า

    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นําท่านเดินทางชม บอลลูนหลากสี (ไม่รวมค่าขึ้นบอลลูน)
    ไฮไลท์ของเมืองคัปปาโดเกียและจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก ให้ท่านได้อิสระถ่ายภาพและหากท่านใดสนใจขึ้นบอลลูน และกิจกรรมอื่นๆ รายละเอียดดังนี้ กิจกรรมเสริมพิเศษนี้ไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ (Optional Tour)

    1. บอลลูนทัวร์ (Balloon Tour) สําหรับท่านที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกีย โปรแกรมเสริมพิเศษจําเป็นต้องออกจากโรงแรมประมาณ 04.30 – 05.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับไปขึ้นบอลลูน เพื่อชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมไปขึ้นบอลลูน ประมาณ 30 – 45 นาที อยู่บนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการขึ้นบอลลูน ท่านละ ประมาณ 250 – 300 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ(USD) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษ ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน

    2. รถจี๊ปทัวร์ (Jeep Tour) สําหรับท่านใดที่สนใจชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดิน โปรแกรมจําเป็นต้องออกจากโรงแรม ประมาณ 05.00 – 06.00 น.โดยมีรถท้องถิ่นมารับ เพื่อชมความสวยงามโดยรอบของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดินในบริเวณที่รถเล็กสามารถตะลุยไปได้ ใช้เวลาอยู่บนรถจี๊ป ประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการนั่งรถจี๊ปอยู่ที่ ท่านละ 100 – 150 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภทดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน
    คําแนะนํา
    – เนื่องด้วยข้อกําหนดของเวลา ท่านจําเป็นต้องเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์เสริมอย่างใด อย่างหนึ่ง
    – ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมารถล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งก่อนออกเดินทาง และควรแจ้งให้หัวหน้าทัวร์ทราบตั้งแต่ก่อนวันเดินทาง (ตั้งแต่อยู่ประเทศไทย เพื่อเตรียมยาแก้เมารถจากประเทศไป)
    – กิจกรรมนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง, ตั้งครรภ์ หรือ เด็กอายุต่ํากว่า 7 ปี เข้าร่วมโดยเด็ดขาด กรณีเกิดความเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี
    – สําหรับท่านที่ไม่ร่วมในโปรแกรมเสริมพิเศษ ท่านจําเป็นต้องพักผ่อนรอคณะอยู่ที่โรงแรมที่พัก
    นําท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม (Goreme) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของเมืองคัปปาโดเกียในตอนกลางของอานาโตเลียประเทศตุรกี เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมันและเป็นสถานที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทําร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนถานจํานวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการทอพรม และการผลิตเครื่องเซรามิก ล้ําค่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกนําท่านเข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทําลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ ภายในมีโซนห้องต่างๆอาทิ ห้องนอน ห้องน้ํา ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุมคอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ํา บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบา เพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงอาจค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ ควรใช้ความระมัดระวังในการรับลงไปชมเมืองใต้ดินแห่งนี้จากนั้นนําท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Open Air Museumof Goreme) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปีค.ศ. 1985 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ําเป็นจํานวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
    นําท่านเดินทางสู่ หุบเขาพาซาแบค (Pasabag Valley)หรือหุบเขาพระ (Monks Valley) เป็นหินทรงสูงใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายเห็ดสามหัว รูปร่างแปลกตา จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ หุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley) เป็นหน้าผาที่ชาวเมืองโบราณได้ขุดเจาะเป็นรู เพื่อให้นกพิราบเข้าไปทํารังอาศัยอยู่ เนื่องจากสมัยก่อนชาวเมืองใช้นกพิราบมีหน้าที่เป็นผู้ส่งสารสําคัญในแถบละแวกนั้น และยังเป็นสัตว์เลี้ยงอีกด้วยจากนั้นนําท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุชิซาร์ (Uchisar Valley)ให้ท่านได้ถ่ายภาพด้านหน้า เป็นหุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาแห่งนี้มีรูพรุน มีรอยเจาะรอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัย อุชิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุชิซาร์ มีไว้ทําหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วยจากนั้นนําท่านเดินทางเข้าเยี่ยมชม โรงงานทอพรม (CarpetFactory), โรงงานเซรามิก (Ceramic Factory) และโรงงานเครื่องประดับ (Jewelry Factory) เพื่อให้ท่านได้ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองทีมีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    บริการอาหารค่ํา ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่นนําท่านเดินทางสู่ สนามบินไกเซรีประเทศตุรกี

    20.15 นําท่านออกเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกีโดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK2021

    21.50 เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกีเพื่อรอต่อเครื่อง

  8. วันที่ 8
    Day8 สนามบินอิสตันบูล – สนามบินสุวรรณภูมิ 01.55 นําท่านออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิประเทศไทย โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK068 (บริการ อาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
    ช่วงเช้า

    15.00 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ
    พร้อมความประทับใจ

    จุดสิ้นสุด
    สนามบินสุวรรณภูมิ

ค่าทัวร์นี้รวมอะไรบ้าง

ช่วงการเดินทาง

  • ไม่ติดวันหยุด
    11 Aug 2022
    18 Aug 2022
    ราคาผู้ใหญ่ ราคาเด็ก ราคาไม่รวมตั๋วเครื่องบิน ราคาห้องพักเดี่ยว
    ฿40,990
    ฿40,990
    ฿20,990
    ฿9,000
  • ไม่ติดวันหยุด
    07 Sep 2022
    14 Sep 2022
    ราคาผู้ใหญ่ ราคาเด็ก ราคาไม่รวมตั๋วเครื่องบิน ราคาห้องพักเดี่ยว
    ฿39,990
    ฿39,990
    ฿19,990
    ฿9,000
ดูเพิ่มเติม

เงื่อนไขทัวร์

  1. เงื่อนไขและข้อควรทราบ (Terms and Conditions)

    เงื่อนไข และข้อควรทราบอื่นฯ ทั่วไป ที่ท่านควรทราบ

    1. ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น

    2. ทัวร์นี้ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้เดินทางที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (หน้าปกสีน้ำตาล / เลือดหมู)เท่านั้น กรณีที่ท่านถือหนังสือเดินทางราชการ (หน้าปกสีน้ำเงินเข้ม) หนังสือเดินทางทูต (หน้าปกสีแดงสด) และต้องการเดินทางไปพร้อมคณะทัวร์ อันมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว โดยไม่มีจดหมายเชิญ หรือ เอกสารใดเชื่อมโยงเกี่ยวกับการขออนุญาตการใช้หนังสือเดินทางพิเศษอื่นฯ หากไม่ผ่านการอนุมัติของเคาน์เตอร์เช็คอิน ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั้งฝั่งประเทศไทย (ต้นทาง) ขาออก และ ต่างประเทศ (ปลายทาง) ขาเข้า ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในส่วนนี้ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง

    3. ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมาจ่ายล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วทั้งหมด หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการ ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกบฏิเสรการเข้า-ออกเมือง หรือด้วยเหตุผลใดฯ ก็ตามทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าบริการ ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่านไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม

    4. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง เลขที่วีซ่า และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่นักท่องเที่ยว หรือเอเย่นต์ไม่ได้ส่งหน้าหนังสือเดินทาง และ หน้าวีซ่ามาให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำหรือส่วนที่เหลือทั้งหมด

    5. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ ทางบริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัย และ ประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

    6. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบินเหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น

    7. อัตราค่าบริการนี้คำนวัณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคาดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋ว เครื่องบิน ค่าภาษีน้ำมัน ค่าภาษีสนามบิน ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ฯลฯ ที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

    8. มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัทเว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น

    9. นักท่องเที่ยวต้องมีความพร้อมในการเดินทางทุกประการ หากเกิดเหตุสุดวิสัยใดๆ ระหว่างรอการเดินทาง อันไม่ใช่เหตุที่เกี่ยวข้องกับทางบริษัท าทิ วีซ่าไม่ผ่าน เกิดอุบัติภัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ นอกเหนือการควบคุมและคาดหมาย ทางบริษัทจะรับผิดชอบคืนค่าทัวร์เฉพะส่วนที่บริษัทยังไม่ได้ชำระแก่ทางคู่ค้าของทางบริษัท หรือจะต้องชำระตามข้อ ตกลงแก่คู่ค้าตามหลักปฏิบัติเท่านั้น

    10. คณะทัวร์นี้ เป็นการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบบผูกขาดกับตัวแทนบริษัทที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ณ ประเทศปลายทาง ซึ่งบางส่วนของโปรแกรมอาจจำเป็นต้องท่องเที่ยวอันเป็นไปตามนโยบายของประเทศปลายทางนั้นๆ กรณีที่ท่านไม่ต้องการใช้บริการส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม จะไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายให้ได้ และ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้น ตามมาเป็นบางกรณี ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดกับผู้เดินทาง กรณีที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ไม่ว่ากรณีใดก็ตามกรณีลูกค้าที่จองเฉพาะทัวร์ไม่รวมบัตรโดยสารโดยเครื่องบิน (จอยด์แลนด์ทัวร์ ซื้อตั๋วเครื่องบินแยกเอง) ในวันเริ่มทัวร์ (วันที่หนึ่ง) ท่านจำเป็นจะต้องมารอคณะเท่านั้น ทางบริษัทไม่สามารถให้คณะ รอท่านได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม กรณีที่ไพล์ของท่านถึงช้ากว่าคณะ และ ยืนยันเดินทาง ท่านจำเป็นจะต้องเดินทางตามคณะไปยังเมือง หรือ สถานที่ท่องเที่ยวที่คณะอยู่ในเวลานั้นฯ กรณีนี้ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ท่านจำเป็นจะต้องชำระค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเดินทางด้วยตนเองทั้งหมดเท่านั้น ไม่ว่า กรณีใดก็ตาม และ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่สามารถชดเชย หรือ ทดแทน หากท่านไม่ได้ท่องเที่ยวเมือง หรือ สถานที่ท่องเที่ยวใดฯ สถานที่หนึ่ง ทุกกรณี เนื่องจากเป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับตัวแทนแล้วทั้งหมด

  2. เงื่อนไขการยกเลิก

    เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง

    1. กรณีที่นักท่องเที่ยวต้องการ ขอยกเลิกการเดินทาง เลื่อน หรือ เปลี่ยนแปลงการเดินทางนักท่องเที่ยว (ผู้มีรายชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องอีเมล เพื่อลงนามในเอกสารแจ้งยืนยันยกเลิกการจอง กับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

    2. กรณีนักท่องเที่ยวต้องการ ขอรับเงินค่าบริการคืน กรุณาส่งเอกสารทางอีเมล เอกสารที่ใช้ประกอบการขอรับเงินคืนรายละเอียดดังนี้

    ㆍ หน้าสมุดบัญชีรนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้า

    ㆍ ใบเรียกเก็บเงิน หรือ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ ทั้งหมด

    ㆍ พาสปอร์ตหน้าแรกของผู้เดินทาง

    ** กรณีมอบอำนาจจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และ สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ “

  3. เงื่อนไขการคืนเงิน

    เงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้

    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือ หักค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น (กรณีวันเดินทางตรงกับช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่ว่าวันใดวันหนึ่งทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 55 วัน)

    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 50% ของคำทัวร์หรือ หักค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น(กรณีที่มีค่าใช้จ่ายตามจริงมากกว่ากำหนด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม)

    0-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 100% ของค่าทัวร

  4. ข้อมูลเกี่ยวโรงแรมที่พัก

    ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรงแมที่พักที่ท่านควรทราบ

    1. เนื่องจากการวางแผนผังห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกันเช่น ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ห้องพักแบบห้องคู่ 2 ท่าน (Twin/Double) และ ห้องพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง (Triple Room) จึงอาจทำให้ห้องพักแต่ละประเภท อาจจะไม่ติดกัน หรืออยู่คนละชั้นกัน และบางโรงแรมอาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน ซึ่งถ้าต้องการเข้าพัก 3 ท่านอาจจะต้องเป็น 1 เตียงใหญ่ กับ เตียงพับเสริม หรือ อาจมีความจำเป็นต้องแยกห้องพักเป็นห้องคู่ 1 ห้อง (Twin/Double) และ ห้องเดี่ยว 1 ห้อง (Single) ไม่ว่ากรณีใดๆ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มตามจริงที่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยว

    2. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมาก และห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยน หรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

    3. โดยส่วนใหญ่ตามธรรมเนียม ของห้องพักจะเป็นห้องพักที่ห้ามสูบบุหรี่(Non Smoking Room โดยทางโรงแรมอาจมีการติดตั้งอุปกรณ์ดักจับควันไว้ในห้อง กรณีที่มีการลักลอบสูบบุหรี่ในห้องพัก และถูกตรวจสอบได้ ผู้เข้าพักจำเป็นต้องชำระค่าปรับกับโรงแรมโดยตรง โดยค่าปรับขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโรงแรม

  5. ข้อมูลเกี่ยวกับสายการบิน

    ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสายการบินที่ท่านควรทราบ

    1. เกี่ยวกับที่นั่งบนเครื่องบิน เนื่องจากบัตรโดยสาร เป็นแบบหมู่คณะ (ราคาพิเศษ)สายการบินจึงขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินทุกกรณี แต่ทางบริษัทจะพยายามให้มากที่สุด ให้ลูกค้าผู้เดินทางที่มาด้วยกันได้นั่งด้วยกัน หรือใกล้กันให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

    2. กรณีที่ท่านเป็นมุสลิม หรือ นับถือศาสนาอิสลาม หรือ แพ้อาหารบางประเภท โปรดระบุมาให้ชัดเจนในขั้นตอนการจอง กรณีที่แจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทางกะทันหัน อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อชำระกับเมนูใหม่ที่ต้องการ เพราะมนูเดิมของคณะ ไม่สามารถยกเลิกได้

    3. บางสายการบินอาจมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้บริการอาหารบนเครื่องแตกต่างกัน ขอให้ท่านทำความเข้าใจถึงวัฒนธรรมประจำชาติ ของแต่ละสายการบินที่กำลังให้บริการท่านอยู่

    4. สายการบินอาจมีการงดเสิร์ฟอาหาร และเครื่องดื่ม หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาหาร ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้กำหนด