หน้าแรก   »   ตุรกี   »   TURKEY อิสตันบูล ชานัคคาเล ปามุคคาเล อิสปาร์ตา คัปปาโดเกีย

TURKEY อิสตันบูล ชานัคคาเล ปามุคคาเล อิสปาร์ตา คัปปาโดเกีย

รหัสทัวร์ ZGIST-2204TK

TURKEY อิสตันบูล ชานัคคาเล ปามุคคาเล อิสปาร์ตา คัปปาโดเกีย

8 วัน 5 คืน
4.8
ดำเนินการโดย:
จำนวนสูงสุด:
10
การสื่อสาร:
ภาษาไทย
รหัสทัวร์:
ZGIST-2204TK
เที่ยวบิน :

นี่เป็นของหายาก ปกติทัวร์นี้บน Seektour จะถูกจองเต็มแล้ว

ไฮไลท์ทัวร์

27 แห่ง

สถานที่ท่องเที่ยว

3 จุด

จำนวนจุดแวะช้อปปิ้ง

20 มื้อ

มื้ออาหาร

ไม่มี

วันอิสระ

สถานที่ไฮไลท์

มื้ออาหาร

วันที่ เช้า เที่ยง เย็น
1
2
3
4
5
6
7
8
เราเตรียมมื้ออาหารให้
มื้อนี้รวมในค่าทัวร์แล้ว
มื้ออาหารอิสระ
หาทานอาหารได้ตามใจคุณ
(ไม่รวมค่าอาหาร)
ไม่มีมื้ออาหาร
มื้อนี้อยู่นอกเวลาทัวร์

โรงแรมและที่พัก

วันที่ โรงแรมและที่พัก ระดับ (ดาว)
1 PULLMAN HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
5
2 KOLIN HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
5
3 RAMADA RESORT HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
5
4 ADEM PIRA THERMAL HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
5
5 MINIA CAVE HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือระดับเทียบเท่า
5

รายละเอียดทัวร์

เดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul)เข้าชม พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) นำท่าน ล่องเรือชมความสวยงามของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) เดินทางสู่ สไปซ์บาซาร์ (Spice Bazaar) หรือ ตลาดอียิปต์ (Egyptian Bazaar)เดินทางสู่ ร้านเตอร์กิช ดีไลท์ (Turkish Delight Shop) คือขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศตุรกี เข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) เข้าชมวิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง นั่งเรือข้ามฟากข้ามช่องแคบคาร์คาเนลส์ (Dardanellies Car Ferries) นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมความสวยงามของเมืองโบราณเปอร์กามัน (Cable Car to Pergamon) เดินทางสู่ โรงงานผลิตเครื่องหนัง (Leather Factory) เข้าชมปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) เดินทางสู่ เมืองอิสปาร์ตา (Isparta)“เมืองแห่งดอกกุหลาบ” เดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ชมการแสดงพื้นเมือง โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) เดินทางชม ***บอลลูนหลากสี*** เข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Open Air Museum of Goreme) เดินทางสู่ หุบเขาพาซาแบค (Pasabag Valley) เข้าชม โรงงานทอพรม (Carpet Factory), โรงงานเซรามิก (Ceramic Factory) และโรงงานเครื่องประดับ (Jewelry Factory) เพื่อให้ท่านได้ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองทีมีคุณภาพ
  1. วันที่ 1
    เดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล
    ช่วงเย็น/ค่ำ

    Day1 สนามบินสุวรรณภูมิ 

    20.00 นัดหมายพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์สายการบิน Turkish Airlines (TK) โดยมีป้ายต้อนรับ เลทส์โกกรุ๊ป และมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกพร้อมแนะนำข้อมูลในการเดินทางให้แก่ท่าน

    23.30 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK69 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง 50 นาที

    จุดเริ่มต้น
    สนามบินสุวรรณภูมิ
  2. วันที่ 2
    เดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul)
    ช่วงเช้า

    Day2 สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินอิสตันบูล – เมืองอิสตันบูล – พระราชวังโดลมาบาห์เช – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – สไปซ์บาซาร์ – เตอร์กิช ดีไลท์ – หอคอย กาลาตา – สุเหร่าสีน้ำเงิน – ฮิปโปโดรม – เซนต์โซเฟีย – พระราชวังโทพคาปึ 

     

    06.10 เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังจากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) 

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เป็นเมืองที่มีความสำคัญที่สุดของประเทศตุรกี มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล มีทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้เมืองอิสตันบูลมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์พิเศษ อีกทั้งพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งอิสตันบูล ฝั่งทวีปยุโรป ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ค. 1986 

    นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) สร้างโดยสุลต่านดับดุล เมซิด (Abdul Macit) ในปี ค.ศ. 1843 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1856 สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ด้วยศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราบริเวณช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป บริเวณรอบนอกประดับประดาด้วยสวนสวยริมทะเล หอนาฬิกา น้ำพุ อุทยานดอกไม้ สระน้ำ รูปปั้น รูปสลักต่างๆ วางประดับไว้อย่างลงตัวน่าชื่นชมในรสนิยมของสุลต่านแห่งออตโตมันเป็นอย่างยิ่ง

    จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมความสวยงามของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black Sea) กับทะเลมาร์มารา (Sea of Marmara) โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตรความกว้าง เริ่มตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ช่องแคบนี้ถือว่าเป็นจุดบรรจบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนีย์ภาพอันสวยงามของริมฝั่งช่องแคบแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาห์เชหรือบ้านเรือสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐีแห่งประเทศตุรกีทั้งทั้งระหว่างล่องเรือ นำท่านเดินทางสู่ สไปซ์บาซาร์ (Spice Bazaar) หรือ ตลาดอียิปต์ (Egyptian Bazaar) เป็นตลาดเครื่องเทศตั้งอยู่ใกล้กับสะพานกาลาตา ที่นี่ถือเป็นตลาดในร่มและเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1660 โดยเป็นส่วนหนึ่งของมัสยิดใหม่ ภายในตลาดยังมีสินค้ามากมายให้ได้เลือกซื้อ อาทิ อาหาร, เครื่องเทศ, ขนมหวานของตุรกี, เครื่องเพชรพลอย, ของที่ระลึก, ผลไม้แห้ง และเครื่องประดับต่างๆ อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ร้านเตอร์กิช ดีไลท์ (Turkish Delight Shop) คือขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกกันว่าโลคุม (Lokum) เป็นขนมหวานทรงลูกเต๋าที่ประกอบขึ้นจากแป้งและน้ำตาล มักจะมีอัลมอนด์ วอลนัท ถั่วพิสตาชิโอ และแมคคาเดเมียผสมเข้าไปด้วย โดยส่วนมากหน้าตาจะมีสีชมพูเข้ม แต่ก็ดูจางลงไปทันทีเมื่อเสิร์ฟกับน้ำตาลไอซิ่งที่คลุกเคล้าประหนึ่งแป้งฝุ่น มีรสหวาน สอดแทรกด้วยความกรอบและมันของถั่วคุณภาพดี ชาวตุรกีนิยมทานคู่กับชาร้อน หรือ ชากลิ่นแอปเปิล หลังจากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ หอคอยกาลาตา (Galata Tower) หอคอยหินสไตล์โรมัน แบบสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ตัวตึกประกอบด้วย 9 ชั้น มีรูปทรงกระบอก และมีหลังคาเป็นทรงกรวย อีกหนึ่งสัญลักษณ์เมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1348 เพื่อไว้เป็นหอสังเกตการณ์ป้องกันข้าศึกจากทางทะเลปัจจุบันชั้นบนเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมทัศนียภาพของเมือง 

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

    นำท่านเดินทางเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) หรือ ชื่อเดิม สุเหร่าสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 (Sultan Ahmed Mosque) การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรอดเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ สามารถถ่ายภาพด้านในได้ ห้ามส่งเสียงดังและกรุณาทำกิริยาให้สำรวม สุเหร่านี้สร้างในปี ค.ศ. 1609 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1616 (1 ปีก่อนสุลต่านอาห์เหม็ดสิ้นพระชนม์ด้วยอายุเพียง 27 พรรษา) มีหอเรียกสวด อยู่ 6 หอ เป็นหอคอยสูงให้ผู้นำศาสนาขึ้นไปตะโกนร้องเรียกจากยอด เพื่อให้ผู้คนเข้ามาสวดมนต์ตามเวลาในสุเหร่า ชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ มีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงค์ จะมีสิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ ที่พักกองคาราวาน โรงครัวสาธารณะคุลีเรีย (Kulliye) หมายเหตุ : โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ สำหรับการเข้าชมสุเหร่าและจำเป็นต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าชม

    สุภาพสตรี : ควรสวมกางเกงขายาวคลุมข้อเท้า เสื้อแขนยาวคลุมข้อมือ มิดชิดไม่รัดรูป และเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะ

    สุภาพบุรุษ : ควรสวมกางเกงขายาว และเสื้อแขนยาวไม่รัดรูป

    จากนั้นนำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ ฮิปโปโดรม (Hippodrome) คือสิ่งก่อสร้างจากสมัยกรีกซึ่งใช้เป็นสนามแข่งม้า และการแข่งขันขับรถศึก (Chariot Racing) โดยคำว่า ฮิปโปส และ โดรโมส ปัจจุบันถูกนำไปใช้ในภาษาฝรั่งเศสด้วย หมายถึงการแข่งขันม้าใจกลางเมืองมอสโคว์ (Central Moscow Hippodrome) น่าเสียดายที่เหลือแต่ซากปรักหักพังของฮิปโปโดรมของกรุงคอนสแตนดิโนเบิลในอดีต หรือ อิสตันบูลในปัจจุบัน แม้จะยิ่งใหญ่และเก่าแก่ในสมัยโบราณสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 203 – 330 แต่ปัจจุบันเหลือเพียง เสา 3 ต้น คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 (Column of Constantine VII) สร้างเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ แต่บูรณะเมื่อศตวรรษที่ 10 เสาต้นที่ 2 คือ เสางู ที่เชื่อว่าสร้างก่อนคริสตกาลมา 479 ปี เป็นรูปสลักงู 3 ตัวพันกัน จากเมืองเดลฟิ (Delphi) แล้วถูกขนย้ายมาตั้งที่นี่เมื่อ ศตวรรษที่ 4 ปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งต้น และเสาต้นสุดท้ายคือ เสา อียิปต์ หรือเสาโอเบลิสก์ (Obelisk of Thutmose)  สร้างในช่วงก่อนคริสตกาลประมาณ 390 ปี มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกคือ Obeliskos หมายถึง เหล็กแหลม เข็ม หรือ เสาปลายแหลม ลักษณะของเสาโอเบลิสก์จะเป็นเสาสูง สร้างจากหินแกรนิตขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียว ฐานของเสาจะกว้างและค่อยๆ เรียวแหลมขึ้นสู่ยอดด้านบนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมสี่ด้าน ยอดบนสุดจะเป็นลักษณะเหมือนพีรามิด และมักนิยมหุ้มหรือเคลือบด้วยโลหะ เช่น ทองคำ เหล็ก หรือ ทองแดง เป็นต้น เสาโอเบลิสก์หลังจากนั้นนำท่านเข้าชม วิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia) หรือ สุเหร่าฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางเป็นโบสถ์คาทอลิก สร้างในสมัยพระเจ้าจัสติเนียน มีหลังคาเป็นยอดกลมแบบโม เสาในโบสถ์เป็นหินก้อน ภายในติดกระจกสี เมื่อเติร์กเข้าครอบครองเมือง ได้เปลี่ยนโบสถ์นี้ให้เป็นสุเหร่าในปี ค.ศ. 1453 ฉาบปูนทับกำแพงที่ปูด้วยโมเสกเป็นรูปพระเยซูคริสต์และสาวก ภายหลังทางการได้ตกลงให้วิหารฮาเกีย โซเฟีย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่วันนี้คงบรรยากาศของความเก่าขลังอยู่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะโดมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกซึ่งมีพื้นที่โล่งภายในใหญ่ที่สุด ก่อสร้างด้วยการใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักของอาคารลงสู่พื้นแทนการใช้เสาค้ำยันทั่วไป นับเป็นเทคนิคการก่อสร้าง ที่ถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น (ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้วิหารฮาเกีย โซเฟีย ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง

    นำท่านเดินทางเข้าชม พระราชวังโทพคาปึ (Topkapi Palace) เดิมเป็นที่ประทับหลักของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมัน ระหว่างปี ค.ศ. 1465 จนถึงปี ค.ศ. 1853 เดิมพระราชวังนี้ใช้ชื่อว่า พระราชวังหลวงแห่งใหม่ (Saray-I Cedid-I Amire) จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบันในรัชสมัยสุลต่านมะห์มุดที่ 2 ตามชื่อพระราชวังริมทะเลที่ถูกเพลิงไหม้ ในปัจจุบันพระราชวังโทพคาปึเป็นสถานที่จัดงานรับรองของรัฐ และเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว และเป็นที่เก็บรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของมุสลิมเช่นเสื้อคลุมและดาบของมุฮัมมัด และตั้งอยู่ในบริเวณประวัติศาสตร์ของอิสตันบูลที่ได้รับการสถาปนาให้เป็นมรดกโลกหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิออตโตมันในปี ค.ศ. 1921 พระราชวังโทพคาปึก็เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ตามรัฐประกาศของวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1924 ภายใต้การบริหารของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งตุรกี พระราชวัง เป็นกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่มีห้องหอเป็นจำนวนร้อยแต่เปิดให้สาธารณรัฐชนชมแต่เฉพาะเพียงห้องสำคัญ ๆ ที่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะสถาปัตยกรรมออตโตมัน นอกจากนั้นก็ยังมีห้องแสดงเครื่องเคลือบพอร์ซีเลน เสื้อคลุม อาวุธ เสื้อเกราะ หนังสือวิจิตรออตโตมัน หนังสืออักษรวิจิตรอิสลาม (Islamic calligraphy) จิตรกรรมฝาผนัง และเครื่องราชสมบัติ และเพชรพลอย

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษ MIX SEAFOOD

    ที่พัก PULLMAN HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

  3. วันที่ 3
    เมืองอีซีบัต (Eceabat)
    ช่วงเช้า

    Day3 เมืองเอซีบัต – นั่งเรือข้ามฟากช่องแคบคาร์คาเนลส์ – เมืองชานัคคาเล – ม้าไม้จำลองเมืองทรอยริมทะเล – อุทยานแห่งชาติทรอย – ม้าไม้จำลองเมืองทรอย

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    นำท่านสู่ เมืองอีซีบัต (Eceabat) เพื่อ นั่งเรือข้ามฟากข้ามช่องแคบคาร์คาเนลส์ (Dardanellies Car Ferries) สู่เมืองชานัคคาเล 

    หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล (Canakkale) ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า โบกาซี่ (Bogazi) หรือ เฮลเลสปอนด์ (Hellespont) มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตรเนื่องจากตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดะเนลส์ ใกล้กับ แหลมเกลิโบลูของกรีซ บนฝั่งของ 2 ทะเลคือ ทะเลมาร์มารา และ ทะเลอีเจียนซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาราตัดกับทะเลอีเจียน เป็นที่ตั้งของเมืองทรอย 

    นำท่านชมและถ่ายภาพ ม้าไม้จำลองเมืองทรอยริมทะเล (Trojan Statue/Hollywood Horse) เป็นม้าไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดจากมหากาพย์ภาพยนตร์ฮอลิวูดเรื่อง ทรอย (Troy) ในปี 2004 มีแบรด พิตต์ แสดงชื่อดังระดับโลกเป็นนักแสดงนำ ทางทีมงานได้จำลองม้าไม้ขนาดใหญ่สีดำ เพื่อใช้ดำเนินเรื่องและเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของเรื่องทรอย หลังจากนั้นทางทีมงานจึงมอบม้าไม้จำลองตัวนี้ให้กับทางการตุรกี เพื่อเป็นเกียรติและสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองชานัคคาเลอีกด้วย

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

    หลังจากนั้นนำท่านสู่ อุทยานแห่งชาติทรอย (Troy National Park) เป็นโบราณสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งชองโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี ภายในอุทยานนำท่านชม ม้าไม้โทรจันหรือม้าไม้จำลองเมืองทรอย (Trojan Horse) เป็นม้าไม้ที่สร้างจำลองจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ ที่ชาวกรีกใช้อุบายส่งม้าไม้ให้เมืองทรอยเพื่อเป็นของกำนัล แต่ความจริงแอบบรรจุคนมาในม้าไม้เพื่อเข้ามาเปิดประตูเมืองทรอย ให้ทหารเข้ามาตีตัวเมืองจนทำให้เมืองทรอยล้มสลาย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลการศึกของนักรบโบราณ

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม 

    ที่พัก KOLIN HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

  4. วันที่ 4
    นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมความสวยงามของเมืองโบราณเปอร์กามัน (Cable Car to Pergamon)
    ช่วงเช้า

    Day4 นั่งกระเช้าสู่เมืองโบราณเปอร์กามัน – วิหารอะโครโปลิส – วิหารโอลิมเปียนเซอุส – โรงละครอะโครโปลิส – เมืองคูซาดาซี           – โรงงานผลิตเครื่องหนัง – เมืองเอฟฟิซุส – ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ – หอสมุดเซลซุส – บ้านพระแม่มารี

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    นำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมความสวยงามของเมืองโบราณเปอร์กามัน (Cable Car to Pergamon) ตั้งตระหง่านอยู่เหนือตัวเมืองชานัคคาเล กว่า 1,000 ฟุต ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 ก.ม. ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติก ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2014 ซึ่งมีสถานที่สำคัญแต่โบราณกาล คือ วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดังดินแดนแห่งเทพนิยายในสรวงสวรรค์ บริเวณเดียวกัน คือ วิหารโอลิมเปียน เซอุส (Naos tou Olimpiou Dios – Olympieion) ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เปอร์กามัมที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ชม โรงละครอะโครโปลิส (Theater of Acropolis) เป็นโรงละครที่ชันที่สุดในโลกตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงามที่สุด จุผู้ชมได้มากถึง 10,000 คน อะโครโปลิสแปลว่า นครบนที่สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง มักเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น 

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซี (Kusadasi) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที) เมืองท่าเลียบชายฝั่งทะเลของประเทศตุรกี ในอดีตเมืองนี้เป็นเหมือนท่าเรือขนส่งสินค้า เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงส่งออกทั่วโลก นำท่านเดินทางสู่ โรงงานผลิตเครื่องหนัง (Leather Factory) ซึ่งประเทศตุรกีเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งยังผลิตเสื้อหนังให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี อาทิ Versace, Prada, Michael Kors อีกด้วย อิสระให้ท่านเลือกชมผลิตภัณฑ์จากเครื่องหนัง และ สินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส (Ephesus) เป็นเมืองกรีกโบราณที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของอานาโตเลียในจังหวัดอิซเมียร์ในประเทศตุรกีปัจจุบัน จากนั้นนำท่านเข้าชม เมืองเอฟฟิซุส (Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Lonia) จากกรีกซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุสขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละคร

    กลางแจ้งที่สามารถผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน เข้าชม ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยรของห้องน้ำ ห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึก กับ หอสมุดเซลซุส (Library of Celsus) มีความสวยงามเป็นเลิศ สร้างโดยติเบริอุส จูลิอุส อาควิลา อุทิศให้กับบิดา ชื่อ ติเบริอุส จูลิอุส เซลซุส ในปี 657 – 660 และได้ฝังโลงศพของบิดาที่ทำจากหินเอาไว้ใต้หอสมุดแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2015 

    จากนั้นนำท่านเข้าชม บ้านพระแม่มารี (House of Virgin Mary) ชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คริสต์ศาสนิกชนจะต้องหาโอกาสขึ้นไปนมัสการให้ได้สักครั้งในชีวิต

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม 

    ที่พัก RAMADA RESORT HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

  5. วันที่ 5
    เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
    ช่วงเช้า

    Day5 เมืองปามุคคาเล – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองโบราณเฮียราโพลิส 

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนไหลลงสู่หน้าผา จนเกิดผลึกกึ่งสถาปัตยกรรมสีขาวขึ้น 

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น 

    นำท่านเข้าชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก ภายในบริเวณเดียวกันนี้ยังเป็น เมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis) เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อน ซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคเมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลง เหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไปบางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไร อาทิ โรงละคร แอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่ วิหารอพอลโล สุสานโรมันโบราณ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1988

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม 

    ที่พัก ADEM PIRA THERMAL HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

    หมายเหตุ : ให้ท่านได้ผ่อนคลายแช่น้ำร้อนภายในโรงแรมที่พัก

  6. วันที่ 6
    เมืองอิสปาร์ตา (Isparta)
    ช่วงเช้า

    Day6 เมืองอิสปาร์ตา – หมู่บ้านคูยูชัก – ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ – เมืองคัปปาโดเกีย – ที่พักคาราวานเซราย – เมืองใต้ดิน – พิพิธภัณฑ์     เกอเรเม – ชมโชว์ระบำหน้าท้อง Belly Dance

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสปาร์ตา (Isparta) เป็นที่รู้จักกันในนาม “เมืองแห่งดอกกุหลาบ” เนื่องจากเมืองแห่งนี้ปลูกดอกกุหลาบส่งออกให้กับประเทศฝรั่งเศส เพื่อผลิตน้ำหอม นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านคูยูชัก (Kuyucak Village) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่ห้อมล้อมไปด้วยสีม่วงสวยงามของดอกลาเวนเดอร์ นำท่านเที่ยวชม ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ (Lavender Farm) พร้อมบานสะพรั่งสวยงามเต็มที่ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ถึงต้นเดือนสิงหาคม (ทั้งนี้ขึ้นอยู่ตามสภาพอากาศ) ซึ่งบริเวณเมืองนี้ เป็นพื้นที่ลุ่มสลับกับภูเขารายล้อม จึงมีพื้นที่ในการปลูกดอกไม้ ผลไม้ตามฤดูกาลอย่างมากมาย ให้ท่านได้อิสระได้เก็บภาพบรรยากาศสวยงามภายในทุ่งดอกลาเวนเดอร์ตามอัธยาศัย

    ระหว่างทางนำท่านแวะถ่ายภาพ ที่พักคาราวานเซราย (Caravanserai) เป็นสถานที่พักแรกของกองคาราวานในสมัยโบราณตามเส้นทางสายไหมและชาวเติร์กสมัยออตโตมัน

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

    หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่าง ทะเลดำกับภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางการค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่ทอดยาวจากประเทศตุรกีไปจนถึงประเทศจีน เป็นพื้นที่พิเศษที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว เกิดจากลาวาที่พ่นออกมา และเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆ นับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่งกรวยคว่ำปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย จนชนพื้นเมืองเรียกขานกันว่า “ดินแดนแห่งปล่องไฟนางฟ้า” (Fairy Chimney) โดยชื่อ คัปปาโดเกีย เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” และในปัจจุบันนี้ก็ยังเลี้ยงม้ากันอยู่บริเวณนี้ อีกทั้ง ยังมีเมืองใต้ดินที่ซ่อนอยู่ใต้เมืองคัปปาโดเกียแห่งนี้ ถือเป็นเมืองใต้ดินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะที่เมืองใต้ดินแห่งนี้ขุดลึกลงไปถึง 10 ชั้น ประมาณ90 เมตร และภายในเมืองใต้ดินยังแบ่งซอยเป็นห้องย่อยเฉพาะที่เมืองคัปปาโดเกียมีเมืองใต้ดินมากถึง 15 แห่ง และถ้ารวมทั้งเมืองอื่นๆ ด้วยก็เกือบ 200 แห่งเลยทีเดียว และยังมีการขุดเชื่อมกันระหว่างแต่ละเมืองอีกด้วย ซึ่งภายในเมืองใต้ดินมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้าง ด้วยความอัศจรรย์ใต้พื้นดินแห่งนี้ เมืองคัปปาโดเกีย จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ได้ขึ้นทะเบียนเมืองใต้ดินแห่งเมืองคัปปาโดเกียเป็นสถานที่มรดกโลกอีกด้วย

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม 

    นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) เป็นการโชว์เต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งของชาวตุรกี ซึ่งมีมาประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องนี้ไว้ให้มีมาจนถึงปัจจุบัน การโชว์ระบำหน้าท้องนี้ได้มีมาอย่างแพร่หลายและมีการพัฒนาซึ่งเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องของประเทศตุรกีในปัจจุบัน

    MINIA CAVE HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

    หมายเหตุ : ท่านควรเตรียมกระเป๋าสัมภาระใบเล็ก เพื่อแยกสัมภาระสำหรับค้างคืนที่โรงแรมถ้ำ เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน เนื่องจากโดยส่วนใหญ่โรงแรมสไตล์ถ้ำในเมืองนี้ไม่มีลิฟท์ให้บริการ

  7. วันที่ 7
    เดินทางชม บอลลูนหลากสี
    ช่วงเช้า

    Day6 ชมบอลลูนหลากสี – เมืองเกอเรเม – เมืองใต้ดิน – พิพิธภัณฑ์เกอเรเม – หุบเขาพาซาแบค – หุบเขานกพิราบ – หุบเขาอุซิซาร์     – โรงงานทอพรม – โรงงานเซรามิก – โรงงานเครื่องประดับ – สนามบินไกเซรี – สนามบินอิสตันบูล

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    นำท่านเดินทางชม บอลลูนหลากสี (ไม่รวมค่าขึ้นบอลลูน) ไฮไลท์ของเมืองคัปปาโดเกียและจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก ให้ท่านได้อิสระถ่ายภาพและหากท่านใดสนใจขึ้นบอลลูน และกิจกรรมอื่นๆ รายละเอียดดังนี้ กิจกรรมเสริมพิเศษนี้ไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ (Optional Tour)

    1. บอลลูนทัวร์ (Balloon Tour) สำหรับท่านที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกีย โปรแกรมเสริมพิเศษ จำเป็นต้องออกจากโรงแรมประมาณ 04.30 – 05.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับไปขึ้นบอลลูน เพื่อชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมไปขึ้นบอลลูน ประมาณ 30 – 45 นาที อยู่บนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการขึ้นบอลลูน ท่านละ ประมาณ 250 – 300 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษ ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน
    2. รถจี๊ปทัวร์ (Jeep Tour) สำหรับท่านใดที่สนใจชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดิน โปรแกรมจำเป็นต้องออกจากโรงแรม ประมาณ 05.00 – 06.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับ เพื่อชมความสวยงามโดยรอบของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดินในบริเวณที่รถเล็กสามารถตะลุยไปได้ ใช้เวลาอยู่บนรถจี๊ป ประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการนั่งรถจี๊ปอยู่ที่ ท่านละ 100 – 150 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษ ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน

    คำแนะนำ

    • เนื่องด้วยข้อกำหนดของเวลา ท่านจำเป็นต้องเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์เสริมอย่างใด อย่างหนึ่ง
    • ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมารถล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งก่อนออกเดินทาง และควรแจ้งให้หัวหน้าทัวร์ทราบตั้งแต่ก่อนวันเดินทาง (ตั้งแต่อยู่ประเทศไทย เพื่อเตรียมยาแก้เมารถจากประเทศไป)
    • กิจกรรมนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง, ตั้งครรภ์ หรือ เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าร่วมโดยเด็ดขาด กรณีเกิดความเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี
    • สำหรับท่านที่ไม่ร่วมในโปรแกรมเสริมพิเศษ ท่านจำเป็นต้องพักผ่อนรอคณะอยู่ที่โรงแรมที่พัก

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม (Goreme) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของเมืองคัปปาโดเกียในตอนกลางของอานาโตเลียประเทศตุรกี เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นสถานที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการทอพรม และการผลิตเครื่องเซรามิก ล้ำค่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จากนั้นนำท่านเข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ ภายในมีโซนห้องต่างๆ อาทิ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบา เพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงอาจค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ ควรใช้ความระมัดระวังในการรับลงไปชมเมืองใต้ดินแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Open Air Museum of Goreme) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์

    ช่วงบ่าย

    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พิเศษ เคบับต้นตำหรับ

    นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาพาซาแบค (Pasabag Valley) หรือหุบเขาพระ (Monks Valley) เป็นหินทรงสูงใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายเห็ดสามหัว รูปร่างแปลกตา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley) เป็นหน้าผาที่ชาวเมืองโบราณได้ขุดเจาะเป็นรู เพื่อให้นกพิราบเข้าไปทำรังอาศัยอยู่ เนื่องจากสมัยก่อนชาวเมืองใช้นกพิราบมีหน้าที่เป็นผู้ส่งสารสำคัญในแถบละแวกนั้น และยังเป็นสัตว์เลี้ยงอีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุชิซาร์ (Uchisar Valley)ให้ท่านได้ถ่ายภาพด้านหน้า เป็นหุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาแห่งนี้มีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัย อุชิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุชิซาร์ มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

    จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าเยี่ยมชม โรงงานทอพรม (Carpet Factory), โรงงานเซรามิก (Ceramic Factory) และโรงงานเครื่องประดับ (Jewelry Factory) เพื่อให้ท่านได้ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองทีมีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    ริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

    นำท่านเดินทางสู่ สนามบินไกเซรี ประเทศตุรกี

    20.15 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK2015 

    21.50 เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อรอต่อเครื่อง

  8. วันที่ 8
    เดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ
    ช่วงเช้า

    Day8 สนามบินอิสตันบูล – สนามบินสุวรรณภูมิ

    01.55 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK068 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

    15.00 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

    จุดสิ้นสุด
    สนามบินสุวรรณภูมิ

ค่าทัวร์นี้รวมอะไรบ้าง

ช่วงการเดินทาง

ดูเพิ่มเติม

เงื่อนไขทัวร์

  1. เงื่อนไขและข้อควรทราบ (Terms and Conditions)

    เงื่อนไข และข้อควรทราบอื่นๆ ทั่วไป ที่ท่านควรทราบ

    1. ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น

    2. ทัวร์นี้ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้เดินทางที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (หน้าปกสีน้ำตาล / เลือดหมู)เท่านั้น กรณีที่ท่านถือหนังสือเดินทางราชการ (หนัาปกสีน้ำเงินเข้ม) หนังสือเดินทางทูต (หน้าปกสีแดงสด) และต้องการเดินทางไปพร้อมคณะทัวร์ อันมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว โดยไม่มีจดหมายเชิญ หรือ เอกสารใดเชื่อมโยงเกี่ยวกับการขออนุญาตการใช้หนังสือเดินทางพิเศษอื่นๆ หากไม่ผ่านการอนุมัติของเคาน์เตอร์เช็คอิน ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั้งฝั่งประเทศไทย (ต้นทาง) ขาออก และ ต่างประเทศ (ปลายทาง) ขาเข้า ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในส่วนนี้ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง

    3. ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมาจ่ายล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วทั้งหมด หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการ ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมือง หรือด้วยเหตุผลใดฯ ก็ตามทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าบริการ ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่านไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม

    4. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง เลขที่วีซ่า และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่นักท่องเที่ยว หรือเอเย่นต์ไม่ได้ส่งหน้าหนังสือเดินทาง และ หน้าวีซ่ามาให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำหรือส่วนที่เหลือทั้งหมด

    5. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ ทางบริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัย และ ประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

    6. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดฯ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การบฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบินเหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น

    7. อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคาดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋ว เครื่องบิน ค่าภาษีน้ำมัน ค่าภาษีสนามบิน ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ฯลฯ ที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

    8. มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัทเว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น

    9. นักท่องเที่ยวต้องมีความพร้อมในการเดินทางทุกประการ หากเกิดเหตุสุดวิสัยใดๆ ระหว่างรอการเดินทาง อันไม่ใช่เหตุที่เกี่ยวข้องกับทางบริษัท อาทิ วีซ่าไม่ผ่าน เกิดอุบัติภัยที่ไม่สามาร่ถควบคุมได้ นอกเหนือการควบคุมและคาดหมาย ทางบริษัทจะรับผิดชอบคืนค่าทัวร์เฉพาะส่วนที่บริษัทยังไม่ได้ชำระแก่ทางคู่ค้าของทางบริษัท หรือจะต้องชำระตามข้อ ตกลงแก่คู่ค้าตามหลักปฏิบัติเท่านั้น

    10. คณะทัวร์นี้ เป็นการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบบผูกขาดกับตัวแทนบริษัทที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ณ ประทศปลายทาง ซึ่งบางส่วนของโปรแกรมอาจจำเป็นต้องท่องเที่ยวอันเป็นไปตามนโยบายของประเทศปลายทางนั้นๆ กรณีที่ท่านไม่ต้องการใช้บริการส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม จะไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายให้ได้ และ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้น ตามมาเป็นบางกรณี ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดกับผู้เดินทาง กรณีที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

    11. กรณีลูกค้าที่จองเฉพาะทัวร์ไม่รวมบัตรโดยสารโดยเครื่องบิน (จอยด์แลนด์ทัวร์ ซื้อตั๋วเครื่องบินแยกเอง) ในวันเริ่มทัวร์ (วันที่หนึ่ง) ท่านจำเป็นจะต้องมารอคณะเท่านั้น ทางบริษัทไม่สามารถให้คณะ รอท่านได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม กรณีที่ไฟส์ทของท่านถึงช้ากว่าคณะ และ ยืนยันเดินทาง ท่านจำเป็นจะต้องเดินทางตามคณะไปยังเมือง หรือ สถานที่ท่องเที่ยวที่คณะอยู่ในเวลานั้นๆ กรณีนี้ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ท่านจำเป็นจะต้องชำระค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเดินทางด้วยตนเองทั้งหมดเท่านั้น ไม่ว่า กรณีใดก็ตาม และ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่สามารถชดเชย หรือ ทดแทน หากท่านไม่ได้ท่องเที่ยวเมือง หรือ สถานที่ท่องเที่ยวใดๆ สถานที่หนึ่ง ทุกกรณี เนื่องจากเป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับตัวแทนแล้วทั้งหมด

  2. เงื่อนไขการยกเลิก

    เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง

    1. กรณีที่นักท่องเที่ยวต้องการ ขอยกเลิกการเดินทาง เลื่อน หรือ เปลี่ยนแปลงการเดินทางนักท่องเที่ยว (ผู้มีรายชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องอีเมล เพื่อลงนามในเอกสารแจ้งยืนยันยกเลิกการจอง กับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

    2. กรณีนักท่องเที่ยวต้องการ ขอรับเงินค่าบริการคืน กรุณาส่งเอกสารทางอีเมล เอกสารที่ใช้ประกอบการขอรับเงินคืนรายละเอียดดังนี้

    ㆍหน้าสมุดบัญชีรนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้า

    ㆍใบเรียกเก็บเงิน หรือ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ ทั้งหมด

    ㆍ พาสปอร์ตหน้าแรกของผู้เดินทาง

    ** กรณีมอบอำนาจจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และ สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ **

  3. เงื่อนไขการคืนเงิน

    เงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้

    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือ หักค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น(กรณีวันเดินทางตรงกับช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่ว่าวันใดวันหนึ่งทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 55 วัน)

    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 50% ของค่าทัวร์หรือ หักค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น(กรณีที่มีค่าใช้จ่ายตามจริงมากกว่ากำหนด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม)

    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง0-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 100% ของค่าทัวร์

  4. ข้อมูลเกี่ยวโรงแรมที่พัก

    ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรงแรมที่พักที่ท่านควรทราบ

    1. เนื่องจากการวางแผนผังห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน เช่น ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ห้องพักแบบห้องคู่ 2 ท่าน (Twin/Double) และ ห้องพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง (Triple Room) จึงอาจทำให้ห้องพักแต่ละประเท อาจจะไม่ติดกัน หรืออยู่คนละชั้นกัน และบางโรงแรมอาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน ซึ่งถ้าต้องการเข้าพัก 3 ท่าน อาจจะต้องเป็น 1 เตียงใหญ่ กับ 1 เตียงพับเสริม หรือ อาจมีความจำเป็นต้องแยกห้องพักเป็นห้องคู่ 1 ห้อง (Twin/Double) และ ห้องเดี่ยว 1 ห้อง (Single) ไม่ว่ากรณีใดๆ ทางบริษัทขอลงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มตามจริงที่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยว

    2. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมาก และห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยน หรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

    3. โดยส่วนใหญ่ตามธรรมเนียม ของห้องพักจะเป็นห้องพักที่ห้ามสูบบุหรี่(Non Smoking Room) โดยทางโรงแรมอาจมีการติดตั้งอุปกรณ์ดักจับควันไว้ในห้อง กรณีที่มีการลักลอบสูบบุหรี่ในห้องพัก และถูกตรวจสอบได้ ผู้เข้าพักจำเป็นต้องชำระค่าปรับกับโรงแรมโดยตรง โดยค่าปรับขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโรงแรม

  5. ข้อมูลเกี่ยวกับสายการบิน

    ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสายการบินที่ท่านควรทราบ

    1. เกี่ยวกับที่นั่งบนเครื่องบิน เนื่องจากบัตรโดยสาร เป็นแบบหมู่คณะ (ราคาพิเศษ)สายการบินจึงขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินทุกกรณี แต่ทางบริษัทจะพยายามให้มากที่สุด ให้ลูกค้าผู้เดินทางที่มาด้วยกันได้นั่งด้วยกัน หรือใกล้กันให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

    2. กรณีที่ท่านเป็นมุสลิม หรือ นับถือศาสนาอิสลาม หรือ แพ้อาหารบางประเภท โปรดระบุมาให้ชัดเจนในขั้นตอนการจอง กรณีที่แจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทางกะทันหัน อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อชำระกับเมนูใหม่ที่ต้องการ เพราะมนูเดิมของคณะ ไม่สามารถยกเลิกได้

    3. บางสายการบินอาจมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้บริการอาหารบนเครื่องแตกต่างกัน ขอให้ท่านทำความเข้าใจถึงวัฒนธรรมประจำชาติ ของแต่ละสายการบินที่กำลังให้บริการท่านอยู่

    4. สายการบินอาจมีการงดเสิร์ฟอาหาร และเครื่องดื่ม หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาหาร ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้กำหนด