หน้าแรก   »   มิวนิค   »   ทัวร์เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี 9วัน 7คืน

ทัวร์เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี 9วัน 7คืน

รหัสทัวร์ WYDCHI0011

ทัวร์เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี 9วัน 7คืน

9 วัน 7 คืน
5.0
ดำเนินการโดย:
รอลงข้อมูล
จำนวนสูงสุด:
25
การสื่อสาร:
ภาษาไทย
รหัสทัวร์:
WYDCHI0011
เที่ยวบิน :

ราคาดี วันนี้คุณได้ราคาทัวร์พิเศษถูกกว่ากว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

ไฮไลท์ทัวร์

22 แห่ง

สถานที่ท่องเที่ยว

3 จุด

จำนวนจุดแวะช้อปปิ้ง

17 มื้อ

มื้ออาหาร

ไม่มี

วันอิสระ

สถานที่ไฮไลท์

มื้ออาหาร

วันที่ เช้า เที่ยง เย็น
1
2
3
4
5
6
อาหารอิสระ
ไม่รวมค่าอาหาร
7
อาหารอิสระ
ไม่รวมค่าอาหาร
8
อาหารอิสระ
ไม่รวมค่าอาหาร
9
เราเตรียมมื้ออาหารให้
มื้อนี้รวมในค่าทัวร์แล้ว
มื้ออาหารอิสระ
หาทานอาหารได้ตามใจคุณ
(ไม่รวมค่าอาหาร)
ไม่มีมื้ออาหาร
มื้อนี้อยู่นอกเวลาทัวร์

โรงแรมและที่พัก

วันที่ โรงแรมและที่พัก ระดับ (ดาว)
1 MERCURE MUNICH SOUTH MESSE หรือเทียบเท่า
4
2 LUITPOLDPARK หรือเทียบเท่า
4
3 RADISSON BLU HOTEL REUSSEN ANDERMATT หรือเทียบเท่า
4
4 HOTEL CENTRALE TIRANO หรือเทียบเท่า
4
5 NH TRENTO หรือเทียบเท่า
4
6 NOVOTEL VENICE MESTRE CASTELLANA หรือเทียบเท่า
4
7 NH MILANO 2 หรือเทียบเท่า
4

รายละเอียดทัวร์

🔷เดินทางยุโรป 3 ประเทศท้าทายนักเที่ยวสายชิลล์ 🔷เที่ยววิหาร ชมปราสาท ดื่มด่ำกับธรรมชาติ เข้าชมปราสาทนอยชวานสไตน์ 🔷นั่งรถไฟสายพาโนรามา Bernina Express เซ้นต์มอริทซ์สู่ทิราโน่
  1. วันที่ 1
    สนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินกรุงมัสกัต (โอมาน)-สนามบินมิวนิค (เยอรมัน)
    ช่วงเช้า

    06.00 น.            คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าระหว่างหมายเลข 9  เคาน์เตอร์สายการบิน Oman Air  เคาน์เตอร์เช็คกรุ๊ป ROW T

    **กรณีท่านเที่เดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละกำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็นรายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย**

    09.15 น.                ออกจากเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ บินสู่กรุงมัสกัต โดยสายการบิน Oman Air
    เที่ยวบินที่ WY-818

    ช่วงเที่ยง

    12.05 น.                นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน จากนั้นนำท่านเปลี่ยนเครื่อง

    ช่วงบ่าย

    14.10 น.                ออกเดินทางอีกครั้งจากสนามบินกรุงมัสกัส ประเทศโอมาน โดยสายการบิน Oman Air
    เที่ยวบินที่ WY-123

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    19.00 น.                เดินทางถึงสนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมัน นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เมื่อตรวจรับกระเป๋าและตรวจหนังสือเดินทางเรียบร้อยแล้ว

    นำท่านเดินทางสู่ที่พัก Mercure Munich South Messe หรือระดับเทียบเท่า

    จุดเริ่มต้น
    สนามบินสุวรรณภูมิ
  2. วันที่ 2
    มิวนิค-โฮเฮนชวานเกา-ปราสาทนอยชวานสไตน์-ฟุสเซ่น (เยอรมัน)
    ช่วงเช้า

    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

    นำท่านชมเมือง นครมิวนิค Munich นครหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนีริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ เป็นศูนย์กลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเงิน การธนาคาร และเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเยอรมัน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีอาร์ตแกลเลอรี่ดีที่สุดด้วย ซึ่งมหานครแห่งนี้ ก่อตั้งในปี ค.ศ.1158 มีบรรยากาศรื่นรมย์เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรือง ไม่ว่าแบบเรอแนสซองส์คลาสสิคหรือแบบสมัยใหม่ และเป็นแหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยมากมาย นำท่านสู่บริเวณ จัตุรัสมาเรียน ย่านใจกลางเมืองเก่าของมิวนิค ซึ่งมีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่หอนาฬิกาที่เรียกว่า Glockenspiel มีระฆังและตุ๊กตาซึ่งจะออกมาเต้นระบำ ให้ชมกันในเวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นอีกหนึ่งรอบในหน้าร้อน และมีโบสถ์แม่พระที่งดงามที่มีโดมเป็นรูป ทรงหัวหอมคู่เป็นสัญลักษณ์ ถ่ายรูปกับพระราชวังนิมเฟนบูร์ก Nymphenburg Palace ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระราชวงศ์ผู้ปกครองรัฐบาวาเรีย โดดเด่นด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์บาร็อค ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงภาพวาดและงานศิลป์ จากนั้นนำท่านชมบริเวณห้องจัดแสดงหรือบริเวณโชว์รูม BMW โชว์รูมแห่งใหม่ล่าสุดของ BMW ยนตรกรรมที่โด่งดังของบาวาเรีย ให้เวลาท่านเดินชมรถบีเอ็มรุ่นใหม่ๆ พร้อมเลือกซื้อของที่ระลึกจากบีเอ็มและมินิคูเปอร์

    ช่วงเที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

    ช่วงบ่าย

    นำท่านเดินทางเข้าสู่ โฮเฮนชวานเกา Hohenschwangau เมืองที่ตั้งอยู่ในเขตแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของประเทศเยอรมนีติดกับชายแดนประเทศออสเตรีย เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมันและเป็นที่ตั้งของปราสาทของกษัตริย์บาวาเรียและยังแวดล้อมไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) นำท่านเดินทางขึ้นสู่เนินเขาที่ตั้งปราสาทนอยชวานสไตน์ด้วยรถชัตเติ้ลบัส (กรณีที่มีสิ่งกีดขวางเส้นทาง มีหิมะ หรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย อาจทำให้ชัตเติ้ลบัสหยุดให้บริการโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้เดินทางจะต้องเดินเท้าขึ้น-ลง หรือ เลือกซื้อบริการรถม้า Horse Carriage ได้ ค่าบริการขาขึ้นประมาณ 5-6 ยูโร หรือรวมขาขึ้นและขาลง ประมาณ 10 ยูโรต่อท่าน สามารถแจ้งหัวหน้าทัวร์เพื่อสอบถามเพิ่มเติมที่บริเวณจุดจอดรถได้)

    นำท่านเข้าชม ปราสาทนอยชวานสไตน์ Neuschwanstein Castle ซึ่งอยู่บนเนินเขาสูงที่สร้างจากบัญชาของกษัตริย์ลุดวิคที่ 2 ที่ต้องการสร้างปราสาทตามเทพนิยายของริชาร์ด วากเนอร์ ศิลปินคนโปรดของพระองค์ นำท่านชมวิวสวยจากสะพานแมรี่ จุดที่ถ่ายรูปกับปราสาทนี้ได้ดีที่สุด ดั่งรูปโปสเตอร์ โปสการ์ดต่างๆ ซึ่งความงามนี้ยังทำให้ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทต้นแบบที่วอลท์ดีสนีย์ได้นำมาสร้างเป็นปราสาทในภาพยนตร์การ์ตูนและเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทดิสนีย์ด้วย  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น Fussen เมืองที่มีอายุมากกว่า 700 ปี และเป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติก ที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมันซึ่งใช้เมืองฟุสเซ่นนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้าและซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ นอกจากนี้เมืองฟุสเซ่นยังเป็นเมืองที่มีความน่ารักและตกแต่งไปด้วยสีสันที่สวยงามของบ้านเรือนด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านอาหาร โรงแรมที่พัก และร้านค้าที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับเมืองน่ารักแห่งนี้

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

    นำท่านเดินทางสู่ที่พัก Luitpoldpark หรือระดับเทียบเท่า

  3. วันที่ 3
    ฟุสเซ่น (เยอรมัน)-แองเกิลเบิร์ก-ยอดเขาทิทลิส-อันเดอร์แมท (สวิตเซอร์แลนด์)
    ช่วงเช้า

    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

    นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเดินทางเข้าสู่ เมืองแองเกิลเบิร์ก Engelberg เมืองเล็กๆ บนเขาสูงอยู่ในรัฐออบวัลเดิ้น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ ชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามของหุบเขาแอลป์จนถึงสถานีกระเช้าหรือเคเบิ้ลคาร์  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ให้ท่านได้มีโอกาสสัมผัสกับการนั่งกระเช้ารุ่นใหม่ในหลากหลายแบบ กระเช้าขนาด 6-8 ที่นั่งต่อด้วยกระเช้าขนาดใหญ่และกระเช้าที่หมุนรอบตัวเองไปด้วยในขณะที่เคลื่อนที่ เพื่อให้ท่านจะได้ชื่นชมกับวิวสวยๆ ในแบบ 360 องศา จนถึงบน ยอดเขาทิทลิส เป็นยอดเขาที่มีความสูงที่สุดใตอนเหนือของเขตประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีความสูงถึง 3,028 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชมทัศนียภาพอันงดงามกับหิมะปกคลุมตลอดปี และยังเป็นแหล่งของนักเล่นสกีชั้นดีในช่วงฤดูหนาวด้วย และให้ท่านเดินเล่นและถ่ายรูปบนสะพาน Titlis Cliffwalk ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,041 เมตร บนความยาวกว่า 500 เมตร ซึ่งเป็นสะพานแขวนที่เรียกได้ว่าสูงที่สุดในยุโรป หรือเดินชมถ้ำน้ำแข็งท้าทายความหนาวตลอดปี ซึ่งถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้มีความเก่าแก่มากว่า 5,000 ปีกับความยาวของทางเดินประมาณ 150 เมตร สัมผัสประกบการณ์ความเย็นที่อุณหภูมิราว -1.5 องศาเซลเซียส  

    ช่วงเที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวันบนยอดเขา

    ช่วงบ่าย

    นำท่านเดินทางลงจากยอดเขาทิทลิสด้วยกระเช้าไฟฟ้า จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอันเดอร์แมท Andermatt เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขากลางเขตเทือกเขาแอลป์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) ตัวหมู่บ้านตั้งอยู่ในหุบเขาอัวร์เซอเริน Urseren บนระดับความสูง 1,437 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งมีอายุเก่าแก่หลายพันปี โดยในเขตเมืองยังคงความเรียบง่ายด้วยกระท่อมไม้สไตล์สวิสชาร์เลต์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และยังเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำร็อยส์ หมู่บ้านแห่งนี้ถือว่าเป็นจุดบรรจบกันของช่องเขาที่สำคัญ 3 ช่องเขา อาทิ ช่องเขาโอเบอร์อัลพ์, ช่องเขาก็อทฮาร์ทและช่องเขาฟัวร์คา นำท่านเดินเล่นชมเมืองและถ่ายภาพประทับใจของทิวทัศน์ที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ ชมโบสถ์เซ้นต์ปีเตอร์แอนด์พอล ออกแบบโดยชาวปารีสที่สร้างขึ้นเมื่อสมัยศตวรรษที่ 12

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

    นำท่านเดินทางสู่ที่พัก Radisson Blu Hotel Reussen Andermatt หรือระดับเทียบเท่า

     

  4. วันที่ 4
    อันเดอร์แมท-เซ้นต์มอริทซ์-รถไฟสายเบอร์นินา (สวิตเซอร์แลนด์)-ทิราโน่ (อิตาลี)
    ช่วงเช้า

    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

    นำท่านเดินทางสู่เมืองซังต์มอริทซ์หรือเซ้นต์มอริทซ์ St.Moritz (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) เมืองตากอากาศชื่อดังในหุบเขาของสวิตเซอร์แลนด์ ในมลรัฐเกราบรุนเดิ้น Graubunden รัฐที่ใหญ่ที่สุดและอยู่บนยอดเขาสูงของแนวเทือกเขาแอลป์ บนระดับความสูง 1,775 เมตร และเป็นอีกเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางสำหรับคนรักกีฬาที่ดีที่สุดในโลก และยังได้รับโอกาสให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวถึง 2 ครั้ง

    ช่วงเที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

    ช่วงบ่าย

    ชมและถ่ายรูปความงดงามของทะเลสาบเซ้นต์มอริทซ์ ที่มีมนต์เสน่ห์ชื่อเดียวกับชื่อเมืองที่มีทิวทัศน์งดงาม ยามฤดูร้อนทะเลสาบจะส่องประกายเป็นสีเขียวมรกต สะท้อนภาพของภูเขาที่อยู่โดยรอบ หากเป็นฤดูหนาว ทะเลสาบจะกลายเป็นลานน้ำแข็งขนาดใหญ่ ชาวเมืองสามารถลงเล่นสเก็ตได้จนมีการจัดการแข่งขันได้ด้วย ชมบ้านเรือนสไตล์เทือกเขาแอลป์แบบดั้งเดิมที่อยู่รวมกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยอื่นๆ เช่น Chesa Futura เป็นต้น ชมโบสถ์เซ้นต์คาร์ล St.Karl Church โบสถ์เก่าแก่ประจำเมืองริมทะเลสาบเซ้นต์มอริทซ์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1880 โบสถ์คาทอลิกที่สร้างขึ้นในสไตล์ลอมบาร์ด จากนั้นให้ท่านเตรียมตัวเดินทางสู่สถานีรถไฟเซ้นต์มอริทซ์ เพื่อนำท่านโดยสารรถไฟสายพาโนรามาเบอร์นินาเอ๊กซ์เพรส Panorama Bernina Express ที่มีความเก่าแก่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์และได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางรถไฟที่มีทัศนียภาพระหว่างทางงดงามที่สุดของประเทศ ซึ่งเส้นทางอันงดงามนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ ชมวิวแบบพาโนรามา ผ่านเขตใจกลางเทือกเขาแอลป์ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ผ่านหุบเหว หุบเขาอัลบูล่า ลำธาร โตรกผา อุโมงค์ 55 แห่ง และสะพานข้ามธารน้ำต่างๆ 196 แห่ง และธารน้ำแข็งที่ปกคลุมยอดเขาเบอร์นินา โดยเฉพาะสะพานโค้งวงกลมที่ Brusio ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และรถไฟไต่ระดับความสูงจนถึง 2,253 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลเข้าสู่เขตช่องเขาเบอร์นินาและรถไฟค่อยๆ ลดระดับความสูงโดยวิ่งเป็นบันไดวนสู่สถานีปลายทางสู่ เมืองทิราโน่ Tirano ที่ตั้งอยู่ในเขตประเทศอิตาลี รถโค้ชรอรับท่านที่สถานีรถไฟทิราโน่ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

    นำท่านเดินทางสู่ที่พัก Hotel Centrale Tirano หรือระดับเทียบเท่า

  5. วันที่ 5
    ทิราโน่-โบลซาโน่-ออร์ทิเซ่-ทะเลสาบเบรียส-เทรนโต้ (อิตาลี)
    ช่วงเช้า

    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

    นำท่านเดินทางสู่เมืองโบลซาโน่ Bolzano เมืองที่ถือว่าเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ เป็นเมืองหลวงของภูมิภาคทีโรลใต้ ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ Talvera ซึ่งจะไหลลงไปในแม่น้ำ Israco และมารวมกันเป็นแม่น้ำ Adige เนินเขาที่เป็นป่า ทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและเทือกเขาโดโลไมท์ ในทางทิศตะวันออกนั้นเหมาะกับการพักผ่อนแบบผ่อนคลายอย่างยิ่ง เมืองโบลซาโน่รู้จักกันทั่วไปเมื่อครั้งที่ National Geographic ไปถ่ายทำสารคดี การค้นพบซากมนุษย์ที่ฝั่งอยู่ใต้หิมะบนยอดเขาสูงในแคว้นทีโรลของออสเตรีย และนำร่างนั้นมาไว้ที่เมืองโบลซาโน่ เรียกกันว่ามนุษย์หิมะแห่งโบลซาโน่ที่เป็นข่าวไปทั่วโลก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) นำท่านเดินชมเมืองเก่า ชมวิหารดูโอโม่, โบสถ์เชียซาเดโดมินิกัน Chiesa dei Domenican และอนุเสาวรีย์ที่จัตุรัสกลางเมือง Piazza delle Erbe แถบถนนคนเดิน Piazza Walther และย่านอาเขตโบลซาโน่ และในวันที่สภาพอากาศแจ่มใส สามารถชมทัศนียภาพของแนวเทือกเขาของอุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ได้อย่างชัดเจน ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

    ช่วงเที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

    ช่วงบ่าย

    นำท่านเดินทางสู่เมืองออร์ทิเซ่ Ortisei หรือ Urtijei เมืองปากประตูอีกแห่งหนึ่งสู่เขตอุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ Dolomite National Park อุทยานในเขตโดโลเมทเต้หรือโดโลไมท์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ที่ทอดตัวอยู่ในเขตทางอิตาลีตอนเหนือ มียอดเขารวมกัน 18 ยอด ที่มีความสูงกว่า 3,000 เมตรและครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างใหญ่ในเขตของแคว้นทีโรลใต้และแคว้นเวเนโต้ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศอิตาลีและยังเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งเดียวของประเทศอิตาลีให้องค์การยูเนสโก้ให้การรับรองให้เป็นมรดกโลก(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ให้เวลาท่านได้ถ่ายภาพทัศนียภาพงดงามนี้จากย่านใจกลางเมืองของออร์ทิเซ่ ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารและโรงแรมต่างๆ อาคารและหลังคามีการตกแต่งอย่างน่ารักสวยงาม เดินชมโบสถ์เซ้นต์อุลริชด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุคเรอแนสซองส์และประติมากรรมแบบบาร็อคที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบ

    เบรียส Braies Lake ทะเลสาบขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของเขตโดโลไมท์ในเขตประเทศอิตาลีและติดอันดับทะเลสาบสวยที่สุดของโลก ฉายาไข่มุกแห่งโดโลไมท์ และยังเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกในองค์การยูเนสโก้ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแฟนเซนเนสเบรียส Fanes Sennes Braies มีความงดงามด้วยน้ำในทะเลสาบสีเขียวมรกตส่องประกายตลอดปี มีฉากหลังเป็นภูเขาตระหง่านปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนและรายล้อมด้วยความเขียวขจีของต้นสนที่อุดมสมบูรณ์ ให้ท่านเดินเล่นบริเวณทะเลสาบเช็คอินเก็บภาพสวยงามอย่างใกล้ชิด

    สมควรแก่เวลาให้ท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเทรนโต้ Trento เมืองหลวงของภูมิภาคเทรนโต้หรือเทรนติโน่ ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์กลางทางการบริหารและเศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศอิตาลี รวมถึงเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อเสียงด้วย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

    นำท่านเดินทางสู่ที่พัก NH Trento หรือระดับเทียบเท่า

  6. วันที่ 6
    เทรนโต้-เวนิสเมสเทร่-เกาะเวนิส-เวนิสเมสเทร่ (อิตาลี)
    ช่วงเช้า

    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส Venice Mestre ตั้งอยู่ในเขตแคว้นเวเนโต้ เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากมายในแต่ละปี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เดินทางสู่ ท่าเรือทรอนเชตโต้ เพื่อข้ามสู่ เกาะเวนิส อดีตเมืองที่เคยร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุคกลางเกาะเวนิสประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่งที่ศูนย์กลางอยู่ที่ จัตุรัสเซนต์มาร์ค หรือ ซานมาร์โค ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะต่างๆ ของเมืองเวนิสที่มีคลองต่างๆ มากมายนับร้อยแห่ง เป็นเมืองเดียวในโลกที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กเกาะน้อยกลางทะเลสาบเวนิเทียในทะเลเอเดรียติกตามฉายาที่ว่าเป็นราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก นับเป็นบรรยากาศที่ไม่มีที่ใดเหมือนและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมือง

    ช่วงเที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองด้วยเมนูสปาเก็ตตี้ซอสหมึกดำ เมนูยอดนิยมและเป็นเอกลักษณ์ของอิตาลี

    ช่วงบ่าย

    นำท่านเดินเล่นชมเกาะเวนิส Venice Island ที่มีฉายาว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำ คือเป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ มีคลองใหญ่ผ่านกลางเมืองเรียกกันว่าแกรนด์คาแนล มีลักษณะเป็นรูปตัวเอสกลับด้านและมีคลองย่อยกว่า 150 สาย ทำให้เกิดน้ำท่วมได้เมื่อระดับน้ำขึ้นสูง การเดินทางภายในเมืองใช้การเดินและสัญจรทางเรือแทนถนน เรือที่พบเห็นได้มีเรือส่วนตัวและเรือสาธารณะต่างๆ เช่น เรือโดยสาร Vaporetto เรือกอนโดล่า และแท็กซี่น้ำ เป็นต้น ทำให้ความสวยงามนี้ตรึงตาตรึงใจเหมือนอยู่ในโลกแห่งนิทานและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใดในโลก โดยเริ่มจากศูนย์กลางของเกาะเวนิสที่จัตุรัสเซนต์มาร์คหรือซานมาร์โค ที่ตั้งของโบสถ์สำคัญแห่งเมืองเวนิสที่เริ่มสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.823 ผสมผสานไปด้วยศิลปะของหลายยุคไว้ด้วยกันตั้งแต่ยุคไบเซนไทน์ โรมาเนสก์ โกธิคจนถึงยุคเรอแนสซองส์ โดยหลังคาโบสถ์สร้างเลียนแบบวิหารโดมแบบสุเหร่าของศาสนาอิสลามประดับด้วยโมเสกสีทองอร่ามหลายล้านชิ้นตั้งแต่หลังคาจรดพื้นจึงได้รับสมญานามว่าโบสถ์แห่งทองคำ Church of Gold  และชมหอระฆังซานมาร์โค Campanile de San Marco เป็นหอระฆังที่มีความสูงถึง 98 เมตรตั้งอยู่ด้านหน้าของมหาวิหารซานมาร์โค จัดว่าเป็นจุดแลนด์มาร์คที่สำคัญของเกาะเวนิสเลยทีเดียว เดินต่อมาชมสะพานสะอื้น Bridge of Sights ที่เชื่อมระหว่างคุกหลวงและพระราชวังดอร์ดจ Palazzo Ducale พระราชวังสไตล์โกธิคของดยุคผู้ครองเมืองเวนิส และชมสะพานริอัลโต ที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนล คลองที่มีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวและเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอีกมากมาย ซึ่งจะเชื่อมระหว่างเกาะซานมาร์โคและเกาะซานโปโล อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเวนิส มีความเก่าแก่ที่สุด ครั้งแรกๆ สร้างขึ้นด้วยไม้ ต่อมามีการรื้อถอนและสร้างใหม่ด้วยหินอย่างที่เห็นกันใน ให้เวลาท่านเดินเล่นชมบรรยากาศบนเกาะพร้อมเลือกซื้อสินค้าขึ้นชื่ออาทิ เครื่องแก้วเวนีเซีย หรือ หน้ากากเทศกาลคาร์นิวัล หรือไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์เนม  ท่านอาจใช้เวลานั่งจิบกาแฟตามร้านกาแฟ ที่ตั้งอยู่รอบจัตุรัสเซนต์มาร์ค เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนโรแมนติก สมควรแก่เวลานัดหมายนำท่านล่องเรือกลับสู่ฝั่งเมสเทร่ Mestre

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

    นำท่านเดินทางสู่ที่พัก Novotel Venice Mestre Castellana หรือระดับเทียบเท่า

  7. วันที่ 7
    เวนิสเมสเทร่-เวโรน่า-มิลาน (อิตาลี)
    ช่วงเช้า

    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวโรน่า Verona (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองดังจากนิยายรักอมตะที่มีเค้าเรื่องความจริงของการขัดแย้งกันของ 2 ตระกูลอิทธิพลของเมืองนี้ โรมิโอและจูเลียส ฝีมือการประพันธ์ของวิลเลียมเช็คสเปียร์ กวีชาวอังกฤษที่โด่งดังไปทั่วโลก นำท่านชมเมืองเวโรนา ให้ท่านถ่ายภาพด้านนอก Verona Arena โรงละครกลางแจ้งแบบโรมัน ลักษณะเหมือนโคลอสเซี่ยมที่โรมแต่ขนาดเล็กกว่า นอกจากนี้ เวโรนาเป็นเมืองแห่งความรัก ที่มีเรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มสาวของสองตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ มองตากิว (โรมีโอ) และ คาปูเล็ต (จูเลียต) ยิ่งเมื่อวิลเลี่ยม เชคสเปียร์ เอาเรื่องราวของโรมิโอกับจูเลียตมาเขียนเป็นบทละครเวที ชื่อเสียงของโรมีโอ จูเลียต และ เวโรนา ก็โด่งดังมากขึ้นและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองแห่งนี้ ให้ท่านถ่ายรูปกับภายนอกของบ้านของจูเลียต (Casa di Giulietta) คือบ้านเลขที่ 27 ถนน Via Cappello Casa di Giulietta ซึ่งแท้จริงแล้วบ้านหลังนี้เคยเป็นของตระกูล Cappello เป็นความบังเอิญที่ชื่อตระกูลคล้ายคลึงกับตระกูล Capulet ของจูเลียต แต่ด้วยความที่กระแสของละครดัง เมืองนี้จึงถูกพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว บ้านหลังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่13 และได้ทำการปรับปรุงใหม่ในศตวรรษที่ 20 โดยเพิ่มระเบียงซึ่งเป็นที่ที่โรมิโอสารภาพรักกับจูเลียตในบทประพันธ์ จากนั้นนำท่านเดินเล่นบริเวณจัตุรัสใจกลางเมือง Piazza dell Erbe เป็น Market Square ที่สวยงาม เป็นที่ชุมนุมของชาวบ้านมาตั้งแต่ยุคโรมัน อาคารที่รายล้อมเป็นสีพาสเทลหวานๆ มีร้านค้าเล็กๆ ลักษณะคล้ายตลาด

    ช่วงเที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

    ช่วงบ่าย

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน หรือ มิลาโน Milan (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองมิลาน หรือมิลาโน Milan เมืองหลักของแคว้นลอมบาร์เดียและเป็นเมืองสำคัญทางภาคเหนือของประเทศอิตาลี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับนิวยอร์ค  ปารีส  ลอนดอน และโรม นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักในด้านอุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน นำท่านชม เมืองมิลานและจัตุรัสสกาล่าและรูปปั้นดาวินชี ให้ท่านถ่ายรูปพร้อมชมความยิ่งใหญ่ภายนอกของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลานหรือมิลานดูโอโม มหาวิหารหินอ่อนแบบโกธิคที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในยุโรป สร้างในปี ค.ศ.1386 ด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิคผสมผสานกันเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี มีความวิจิตรงดงามและประดับประดาไปด้วยรูปปั้นนับกว่า 3,000 รูป มีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135 ยอด บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ มีลานกว้างด้านหน้าดูโอโม่ ที่มีอนุสาวรีย์พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ทรงม้าคือสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ ในบริเวณเดียวกันยังเป็นที่ตั้งของ แกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งอาเขตที่สวยที่สุดในอิตาลีมากว่า 100 ปี พร้อมถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของ ลิโอนาร์โด ดาร์วินชีจิตรกรเอกที่โด่งดังจากภาพโมนาลิซ่า ให้เวลาท่านได้เดินเล่นและเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    **เพื่อความสะดวกในการเดินเล่นและเลือกชมเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ของท่าน อิสระให้ท่านรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย**

    นำท่านเดินทางสู่ที่พัก NH Milano 2 หรือระดับเทียบเท่า

  8. วันที่ 8
    มิลาน-ช้อปปิ้ง Serravalle Designer Outlet-มิลาน (อิตาลี)
    ช่วงเช้า

    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

    นำท่านแวะชมภายนอกและถ่ายรูปกับ Sforza Castle ป้อมปราการแห่งมิลานที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยฟรานเซสโก้ สฟอร์ซา ดยุคแห่งมิลานต่อมาได้มีการบูรณะเพิ่มเติมในช่วงศตวรรษที่ 16 ละ 17 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่เก็บงานศิลปะ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ McArthurGlen Designer Outlet เอ๊าท์เล็ตขนาดใหญ่ในเครือแม็คอาร์เธอร์เกล็น (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) ให้ท่านเข้าสู่แหล่งช้อปปิ้งใหญ่ที่สุดในโซนอิตาลีตอนเหนือที่ Serravalle Designer Outlet แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำในราคาพิเศษ อาทิ Givenchy, GUCCI, Adidas, Armani, Asics, Balenciaga, Bally, Burberry, BOSS, Celine, COACH, Converse, CROCS, Diesel, Dolce & Gabbana, Prada, Nike, Calvin Klein, Fossil, Furla, GAP, L’Occitane, Levi’s, Moschino, Nespresso, Puma, Valentino, Vasace, Polo, Guess, Timberland, New Balance, Salvatore Ferragamo, Skechers, Under Armour, Samsonite, Swatch เป็นต้น นอกเหนือไปจากนี้ท่านสามารถพักผ่อนกับการทานอาหาร คาเฟ่หลากหลายภายในเอ๊าท์เล็ต อาทิ Farinella, La Piadineria, God Save The Food, Ledolciterre, Obica หรือร้านไสตล์เอเชียน เช่น Wakayama เป็นต้น

    ช่วงเที่ยง

    **เพื่อความสะดวกในการเดินเล่นและเลือกชมเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ของท่าน อิสระให้ท่านรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัยภายในเอ๊าท์เล็ต**

    ช่วงบ่าย

    สมควรแก่เวลานัดหมาย จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองมิลานอีกครั้ง

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

    18.30 น.                ให้ท่านเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินมาร์เพนซ่า และเผื่อเวลาให้ท่านสำหรับการทำคืนภาษี

    22.05 น.                ออกเดินทางสู่กรุงมัสกัต โดยสายการบิน Oman Air เที่ยวบินที่ WY-144

  9. วันที่ 9
    มัสกัต (โอมาน)-สนามบินสุวรรณภูมิ
    ช่วงเช้า

    06.25 น.                เดินทางถึงสนามบินกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

    08.50 น.             นำท่านออกเดินทางจากสนามบินกรุงมัสกัต โดยสายการบิน Oman Air เที่ยวบินที่ WY-815

    ช่วงเย็น/ค่ำ

    18.00 น.                เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

    จุดสิ้นสุด
    สนามบินสุวรรณภูมิ

ค่าทัวร์นี้รวมอะไรบ้าง

ค่าทัวร์นี้รวม

ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ แบบหมู่คณะ
ค่าที่พักห้องละ 2-3 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ
ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และ ค่ายานพาหนะทุกชนิด ตามที่ระบุไว้ใน
ค่าประกันภัยอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมธรรม์กำหนด
ค่ากระเป๋าสัมภาระเป็นไปตามสายการบินกำหนด
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มค่าบริการ 7%

ค่าทัวร์นี้ไม่รวม

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้เดินทาง
อาทิเช่น ค่าธรรมเนียมคารจัดทำหนังสือเดินทาง ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซัครีด, ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินจาคทางสายคารบินคำหนดและมากกว่า 1 ใบ. ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางที่ชำรุด หรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ และสำหรับราคานี้ทางบริษัทจะไม่รวมค่าภาษีท่องเที่ยวหากมีการเก็บเพิ่ม
ไม่รวมค่าตรวจหาเชื้อ RT-PCR ของลูกค้า อย่างน้อย 72 ชม.

ช่วงการเดินทาง

ดูเพิ่มเติม

เงื่อนไขทัวร์

  1. เงื่อนไขและข้อควรทราบ (Terms and Conditions)

    ทางบริษัทฯ จะขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวน  35,000 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน สำหรับการจองทัวร์ โดยเรียกเก็บทันทีหลังจากการจองทัวร์ (และขอให้ชำระค่าวีซ่าเพิ่มเติมพร้อมมัดจำตามที่เรียกเก็บ) ส่วนที่เหลือจะขอเก็บทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 21 วันทำการ มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่ามัดจำทั้งหมด

     

  2. เงื่อนไขการยกเลิก
    1. หากมีการยกเลิกไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่นำเที่ยว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำ โดยทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง อาทิ ค่ามัดจำตั๋วโดยสารเครื่องบิน, ค่าธรรมเนียมและค่าบริการในการขอวีซ่า และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ
    2. หากมีการยกเลิกไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันที่นำเที่ยว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน 50% ของค่าทัวร์ รวมถึงบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง อาทิ ค่ามัดจำตั๋วโดยสารเครื่องบิน, ค่าธรรมเนียมและค่าบริการในการขอวีซ่า และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ
    3. หากมีการยกเลิกน้อยกว่า 15 วันทำการก่อนวันที่นำเที่ยว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด
    4. กรณีที่ต้องการออกตั๋วภายในประเทศ กรณีที่ลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ทัวร์ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

รีวิวทัวร์